mmijpg.jpg (10811 bytes)

thback.gif (987 bytes)thup.gif (1019 bytes)thnext.gif (980 bytes)

  บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีจุดม่งหมายเพื่อศึกษาขอบเขตความรับผิดของผู้ขนส่งต่อผู้ส่งของในระบบการขนส่งหลาย รูปแบบตามกฎหมายไทย คือ การพิจารณาประเด็นความรับผิดของผู้ดำเนินการขนส่งหลายรูปแบบต่อผู้ส่งของ ความรับผิดของผู้ขนส่งช่วงต่อผู้ส่งของ และความรับผิดระหว่างผู้ขนส่งด้วยกัน

ผลการวิจัยพบว่า ขอบเขตความรับผิดของผู้ขนส่งต่อผู้ส่งของตามสัญญาขนส่งหลายรูปแบบอยุ่ภาย ใต้บังคับของพระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ. 2534 (พรบ.) เฉพาะช่วงการขนส่งทางทะเลเท่านั้น พรบ.นี้จะไม่นำมาบังคับต่อความรับผิดของผู้ขนส่งในช่วงการขนส่งที่เกิดขึ้นก่อนและหลังการขนส่งทางทะเล ดังนั้นจึงเกิดปัญหาว่าความรับผิดของผู้ขนส่งต่อผู้ส่งของในช่วงดังกล่าวจะบังคับตามกฎเกณฑ์ใด การนำ ปพพ. เรื่องรับขนมาใช้บังคับย่อมจะทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับขอบเขตความรับผิดของผู้ขนส่งต่อผู้ส่งของว่าจะมีความ แตกต่างและลักลั่น เพราะระบบความรับผิดของผู้ขนส่งตาม ปพพ. เรื่องรับขนเป็นความรับผิดโดยเคร่งครัด (Absolute Liability) ในขณะที่ระบบความรับผิดของผู้ขนส่งตาม พรบ. เป็นข้อสันนิษฐานความรับผิด (Presumption of Responsibility) นอกจากนี้ยังทำให้ผู้ขนส่งทุกคนต้องรับผิดต่อผู้ส่งของในฐานะลูกหนี้ร่วม การฟ้องไล่เบี้ยระหว่างผู้ขนส่งด้วยกันจึงต้องพิจารณาตามหลักลูกหนี้ร่วมโดยถือว่าผู้ขนส่งทุกคนต้องรับผิดใน สัดส่วนเท่ากันเว้นแต่จะกำหนดเป็นอย่างอื่น ทำให้ผู้ขนส่งที่มิได้เป็นผู้ก่อให้เกิดความเสียหายต้องรับผิดด้วย การวิจัยนี้จึงได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวดังนี้

  1. ควรพิจารณาว่าสัญญาขนส่งหลายรูปแบบเป็นสัญญานอกบรรพ 3 และควรยึดหลักความศักดิ์ สิทธิ์แห่งเจตนาของคู่สัญญา โดยพิจารณาความรับผิดของผู้ขนส่งต่อผู้ส่งของเป็นไปตามข้อตกลงในสัญญาขน ส่งหลายรูปแบบ

  2. ควรปรับปรุงแก้ไข พรบ. โดยเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับการขนส่งหลายรูปแบบ กำหนดความรับ ผิดของผู้ขนส่งต่อผู้ส่งของให้แน่ชัด

  3. ควรบัญญัติกฎหมายเกี่ยวกับการขนส่งระหว่างประเทศทางอากาศและทางบก โดยแต่ละกฎ เกณฑ์ของการขนส่งรูปแบบต่าง ๆ ควรกำหนดหลักเกณฑ์ความรับผิดของผู้ขนส่งต่อผู้ส่งของตามสัญญาขนส่ง หลายรูปแบบให้สอดคล้องซึ่งกันและกัน