mmijpg.jpg (10811 bytes)

  thback.gif (987 bytes)thup.gif (1019 bytes)thnext.gif (980 bytes)

บทคัดย่อ

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้เป็นการศึกษาเพื่อพัฒนาวิธีการพยากรณ์ปริมาณการจราจรบนทางหลวง ในส่วนภูมิภาคโดยการประยุกต์ใช้แบบจำลองการคมนาคมขนส่งในเมืองได้แก่แบบจำลอง ความต้องการเดินทางในรูปของตารางการเดินทางซึ่งประมาณขึ้นจากปริมาณการจราจร และแบบจำลองการจัดเส้นทางการเดินทาง

ในการศึกษาได้พัฒนาโครงข่ายทางหลวงในระบบNode-Link ของทางหลวงสายหลักขึ้น จากระบบตอนควบคุมของกรมทางหลวง โดยกำหนดพื้นที่ศึกษารวมทั่วประเทศ และแบ่งพื้นที่ย่อยออกเป็น 73 พื้นที่ย่อย ตามอาณาเขตการปกครองของแต่ละจังหวัด ตารางความต้องการเดินทางในปีฐานได้ประมาณขึ้นจากปริมาณการจราจรโดยใช้ แบบจำลอง Matrix Estimation โดยวิธี Maximun Entropyและทดสอบความถูกต้อง โดยการทดลองจัดเส้นทางการเดินทางลงบนโครงข่ายทางหลวง จากนั้นจึงได้พัฒนา แบบจำลองเพื่ออธิบายความต้องการเดินทางในอนาคตเปรียบเทียบกัน 2 วิธีคือ แบบจำลองปริมาณการเดินทางที่จุดปลายโดยวิธีวิเคราะห์แบบถดถอยและ แบบจำลองสัมประสิทธิ์การเพิ่มของปริมาณการเดินทาง

ผลการศึกษาพบว่าแบบจำลองแรกไม่เหมาะสมที่จะนำไปใช้งานเนื่องจากไม่สอดคล้อง กับสภาพความเป็นจริง ดังนั้นจึงได้เลือกใช้แบบจำลองสัมประสิทธิ์การเพิ่มในการ ประมาณความต้องการเดินทางในอนาคต แบบจำลองนี้เป็นวิธีที่กำหนดให้อัตราการ เพิ่มของปริมาณการเดินทางมีความสัมพันธ์กับอัตราการเพิ่มของตัวแปรด้านเศรษฐกิจ และสังคมได้แก่ จำนวนประชากร มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัด จำนวนยวดยาน ที่จดทะเบียน และมูลค่าการคมนาคมขนส่งและการสื่อสารของจังหวัดโดยกำหนดให้ ค่าสัมประสิทธิ์ความยืดหยุ่นของการเดินทางที่จุดปลายเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ในการ พยากรณ์ปริมาณการจราจรบนโครงข่ายทางหลวงได้ใช้แบบจำลองการจัดเส้นทางเดินทาง โดยวิธี Equilibrium Assignment โดยกำหนดให้ขึ้นอยู่กับเวลาหรือความเร็วในการ เดินทางเพียงอย่างเดียว

จากผลการศึกษาและการเปรียบเทียบกับการศึกษาอื่นๆ พบว่าวิธีการนี้จะมีความสะดวก ในการนำไปใช้งานอยู่มากเนื่องจากได้มีการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงบนเส้นทางสายหลัก ไว้แล้วและข้อมูลด้านเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ย่อยระดับจังหวัดมีการรวบรวมไว้โดย สมบูรณ์อยู่แล้วแต่ในการนำไปใช้เพื่อการพยากรณ์ปริมาณการจราจรในช่วงเวลาที่ยาวมากนั้น จะต้องใช้ประสบการณ์และวิจารณญาณของนักวางแผนประกอบกันด้วย