mmijpg.jpg (10811 bytes)

  thback.gif (987 bytes)thup.gif (1019 bytes)thnext.gif (980 bytes)

บทคัดย่อ

ท่าเรือกรุงเทพ เป็นท่าเรือหลักของประเทศในปัจจุบัน ซึ่งเปรียบเสมือนประตูแห่งการขนส่งสินค้าทางทะเลสำหรับสิน ค้าเข้าและสินค้าออกและเป็นเครื่องวัดถึงสถานภาพทางเศรษฐกิจของประเทศตั้งอยู่ในย่านชุมชนในเขตกรุงเทพมหานครซึ่งกำลัง ประสบกับปัญหาการจราจรแออัดอย่างหนัก วัตถุประสงค์ของการวิจัยครั้งนี้คือ ศึกษาถึงสภาพการจราจรที่เกิดจากการกิจกรรม ของท่าเรือกรุงเทพในปัจจุบันรวมทั้งคาดการณ์ถึงปริมาณการจราจรในอนาคตโดยหาความสัมพันธ์ระหว่าง ปริมาณรถที่เกิดจาก กิจกรรมท่าเรือฯ กับปริมาณสินค้าที่ผ่านท่าเรือฯ เพื่อนำมาวิเคราะห์ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อการจราจรโดยรอบ

ในการวิจัยนี้ได้ทำการเก็ยรวบรวมข้อมูลการจราจรในวันที่มีการจราจรคับคั่ง คือวันศุกร์ และไม่อยู่ในช่วงเทศกาลที่มี การขนถ่ายสินค้ามากผิดปกติ นอกจากนี้ส่วนหนึ่งยังใช้ข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้จากการท่าเรือฯ นำมาวิเคราะห์ด้วย

จากผลการวิจัยพบว่า สภาพการจราจรของท่าเรือฯ มีปริมาณการจราจรค่อนข้างสูงจนถึงกับติดขัดโดยเฉพาะบริเวณ ทางเข้าออก และจากการคาดการณ์ปริมาณการจราจรของรถบรรทุกในอนาคต โดยใช้การวิเคราะห์การถดถอยของความสัมพันธ์ ระหว่างปริมาณรถบรรทุกและปริมาณสินค้าพบว่า ในปี 2535 จะมีรถบรรทุกเข้ามาใช้ท่าเรือโดยเฉลี่ยวันละประมาณ 5,800 คัน ในขณะที่ปัจจุบัน (ปี พ.ศ.2532) มีปริมาณประมาณ 4,968 คัน/วัน

สำหรับการวิเคราะห์ผลกระทบอันเนื่องมาจากกิจกรรมของท่าเรือฯ ที่มีต่อการจราจร พบว่าการจราจรบริเวณทางเข้า ออกท่าเรือ ฯ มีการติดขัดเป็นแถวยาวโดยฉพาะในช่วงเร่งด่วนและจะติดขัดมากขึ้นต่อไปในอนาคตถ้าไม่รีบหามาตรการแก้ไข ส่วนจุดที่ตั้งของทางแยกเข้าออกอยู่ติดกับท่าเรือมากเกินไป ทำให้เกิดผลกระทบต่อการจราจรที่ผ่านไปมาและการจราจรที่ใช้ทาง ด่วน สำหรับผลกระทบต่อการจราจรบนถนนสายหลักที่เป็นเส้นทางเข้าและออกจากท่าเรือ เช่น ทางด่วน พบว่า โดยส่วนรวมรถ บรรทุกที่วิ่งเข้าออกท่าเรือจะมีผลทำให้ระดับการให้บริการของถนนลดลง โดยเฉพาะบริเวณใกล้ท่าเรือฯ ซึ่งจะมีปริมาณการ จราจรของรถบรรทุกเหล่านี้สูงมากและต่อไปในอนาคตเป็นที่แน่นอนว่า ผลกระทบดังกล่าวจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

ผลของการศึกษาครั้งนี้คาดว่าจะชี้ให้เห็นถึงปัญหาการจราจรของท่าเรือกรุงเทพในปัจจุบันและในอนาคตอัน ใกล้ เพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงการขนถ่ายสินค้าให้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น และเกิดผลกระทบต่อการจราจรน้อยที่สุดต่อไป