mmijpg.jpg (10811 bytes)

  thback.gif (987 bytes)thup.gif (1019 bytes)thnext.gif (980 bytes)

บทคัดย่อ

การขนส่งสินค้าทางทะเลมีบทบาทสำคัญในทางการค้าขายระหว่างประเทศที่ต้องขนส่งสินค้า จากผู้ขายในที่หนึ่งไปยังผู้ซื้ออีกที่หนึ่ง โดยปกติในการขนส่งสินค้าทางทะเลนั้นผู้ขนส่งจะต้องบิลออฟเลดิงให้ผู้ส่ง ของเพื่อเป็นหลักฐานว่าได้รับของแล้ว บิลอออฟเลดิงที่ออกให้แก่ผู้ส่งของมีหลายลักษณะ แต่ละลักษณะแสดงถึง ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ขนส่ง และผู้ส่งของที่แตกต่างกัน เช่น บิลออฟเลดิง “บรรทุกแล้ว” กับบิลออฟเลดิง “รับไว้เพื่ อบบรทุก” ให้ผลที่แตกต่างกัน คือ บิลออฟเลดิง “บรรทุกแล้ว” แสดงว่าผู้ขนส่งได้บรรทุกสินค้าที่ระบุไว้ในบิลออฟ เลดิงลงเรือแล้ว ส่วนบิลออฟเลดิง “รับไว้เพื่อบรรทุก” แสดงว่าในขณะที่ผู้ขนส่งออกบิลออฟเลดิง ผู้ขนส่งยังไม่ได้ บรรทุกสินค้าลงเรือ เป็นต้น นอกจากนี้บิลออฟเลดิงยังมีคุณลักษณะทางกฎหมายที่สำคัญอีกสองประการคือ เป็น หลักฐานแห่งสัญญารับขนของทางทะเล และเป็นเอกสารสิทธิ หรือเป็นสัญญลักษณ์แทนสินค้าที่ระบุไว้ในบิลออฟ เลดิง คุณลักษณะประการสุดท้ายมีผลถึงความเปลี่ยนมือได้ของบิลออฟเลดิง กล่าวคือผู้ทรงบิลออฟเลดิงสามารถ สลักหลังโอนบิลออฟเลดิงให้แก่บุตตลอื่นแทนการส่งมอบสินค้าที่อยู่ในระหว่างการขนส่ง และผู้รับสลักหลัง สามารถเวนคืนบิลออฟเลดิงกับผู้ขนส่งเพื่อรับมอบสินค้า อย่างไรก็ตามผู้รับสลักหลังจะไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน ยก เว้นกรณีที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ดังนั้น บิลออฟเลดิงจึงไม่เป็นตราสารที่เปลี่ยนมือได้เช่นเดียวกับตั๋วเงิน แต่เป็นเพียงตราสารที่กึ่งเปลี่ยนมือได้ ที่สามารถโอนให้แก่กันได้เช่นเดียวกับใบรับของคลังสินค้า หรือประทวนสิน ค้านั่นเอง การสลักหลังโอนบิลออฟเลดิงก่อให้เกิดผลสำคัญในสามส่วน คือ เกี่ยวกับสิทธิในสินค้า หน้าที่และความ รับผิดตามสัญญารับขนของทางทะเล และความคุ้มครองบุคคลภายนอกผู้รับโอนโดยสุจริต ในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิ ในสินค้า การสลักหลังโอนบิลออฟเลดิงมีผลเป็นการโอนการครอบครองสินค้าตามที่ระบุไว้ในบิลออฟเลดิง ส่วน กรรมสิทธิ์ในสินค้าดังกล่าวจะโอนไปยังผู้รับสลักหลังหรือไม่เป็นเรื่องที่จะต้องพิจารณาจากเจตนาของคู่สัญญากับ หลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎหมายเป็นสำคัญ ในส่วนสิทธิและหน้าที่ตามสัญญารับขนของทางทะเลระหว่างผู้ส่ง ของและผู้ขนส่ง สิทธิและหน้าที่ดังกล่าวจะโอนไปยังผู้รับสลักหลังเมื่อการโอนบิลออฟเลดิงนั้นเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ ในสินค้าด้วย และผู้รับโอนสามารถใช้สิทธิตามสัญญายันต่อผู้ขนส่งได้นามตนเองในส่วนความคุ้มครองบุคคลภายนอก บุคคลภายนอกผู้รับโอนโดยสุจริตไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอนเว้นแต่ที่กฎหมายกำหนดไว้โดยเฉพาะเท่านั้น

สำหรับอนุสัญญาระหว่างประเทศ มีจุดมุ่งหมายสำคัญเพื่อให้เกิดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของ กฎหมายประเทศต่างๆ ในหลักเกณฑ์เกี่ยวกับหน้าที่และความรับผิดของผู้ขนส่งที่ระบุไว้ในบิลออฟเลดิง

ส่วนกฎหมายไทยนั้นในปัจจุบันไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับการรับขนของทางทะเลใช้โดยเฉพาะ ประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 609 วรรค 2 บัญญัติไว้แต่เพียงว่า “รับขนของทางทะเล ท่านให้บังคับตาม กฎหมายและบังคับว่าด้วยการนั้น” ซึ่งศาลไทยได้ยึดถือแนวปฏิบัติโดยนำหลักทั่วไปในประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์โดยเฉพาะมาตรา 4 และบรรพ 3 ลักษณะ 8 หมวด 1 เรื่องรับขนมาปรับใช้กับคดี ทำให้เกิดความไม่ชัดเจน สับสนและไม่เหมาะสมกับลักษณะของสัญญาบางทีก็ขัดกับเจตนาของคู่สัญญา เพราะกฎหมายที่ใช้บังคับไม่ ครอบคลุมในทุกกรณีและบางกรณีมีหลักเกณฑ์ที่แตกต่างจากหลักกฎหมายสากลหรือจารีตประเพณีทางการค้า ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบอย่างมากโดยคู่สัญญารับขนของทางทะเลไม่สามารถทราบถึงสิทธิและหน้าที่ของตนได้ชัด เจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับผลของการโอนบิลออฟเลดิงในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิในสินค้าว่ากรรมสิทธิ์ในสินค้าจะ โอนไปแค่ไหนเพียงไร และสิทธิและหน้าที่ตามสัญญารับขนของทางทะเลจะโอนไปยังผู้รับสลักหลังหรือไม่ ผู้รับโอน โดยสุจริตจะได้รับการคุ้มครองในกรณีใดบ้าง ความไม่ชัดเจนนี้ก่อให้เกิดผลเสียต่อเศรษฐกิจของประเทศโดยส่วน รวม ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งของทางทะเลซึ่งอยู่ในระหว่างกระบวนการนิติบัญญัติในขณะนี้สามารถแก้ไขข้อ บกพร่องของกฎหมายไทยได้ในบางส่วนที่เกี่ยวกับหน้าที่และความรับผิดของผู้ขนส่ง แต่ในส่วนที่เกี่ยวกับผลของ การโอนบิลออฟเลดิงแล้วยังไม่ครอบคลุมถึงในทุกกรณี ทำให้ต้องมีการตีความกฎหมาย อย่างไรก็ตามร่างพระราช บัญญัติฉบับนี้จะเป็นการวางพื้นฐานกฎหมายการรับขนของทางทะเลของไทยและเป็นการวิวัฒนาการอีกช่วงหนึ่ง ของกฎหมายที่คงจะมีต่อไปในอนาคตอย่างไม่หยุดยั้ง