mmijpg.jpg (10811 bytes)

  thback.gif (987 bytes)thup.gif (1019 bytes)thnext.gif (980 bytes)

บทคัดย่อ

วิทยานิพนธ์นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาถึงการจัดการและการดำเนินงานโดยทั่วไปของธุรกิจเดิน เรือ โดยกิจการขนส่งทางทะเล หรือกิจการเดินเรือระหว่างประเทศของไทย มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ เป็นอย่างยิ่งเพราะนอกจากจะเป็นการส่งเสริมในด้านการส่งออกแล้ว ยังเป็นการประหยัดและได้มาซึ่งเงินตราต่าง ประเทศ การศึกษา จะศึกษาถึงสภาพการณ์ของการขนส่งทางทะเลของประเทศไทยในปัจจุบันกับแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5 ที่ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะขยายกองเรือเพิ่มขึ้นอีก 358,000 เดทเวทตัน โดย ขยายในเส้นทางเดิม ได้แก่เส้นทางญี่ปุ่น ประเทศสมาชิกอาเซียน ฮ่องกง เปิดเส้นทางเดินเรือสายใหม่ในเส้นทาง สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย และเปิดบริการเรือฟีดเดอร์ (Feeder Service) ในเส้นทางกรุงเทพฯ-ฮ่องกง และ กรุงเทพฯ-สิงคโปร์ กับอุปสรรคของบริษัทเดินเรือไทยที่จะบรรลุเป้าหมายตามแผนนี้ ในแง่ของการจัดการของบริษัท เกี่ยวกับการวางแผน การตลาด การเงินโดยมีสมมุติฐานว่า “การจัดการของบริษัทเดินเรือ เช่นในเรื่องเทคนิคการ บริหาร ประสบการณ์ของผู้บริหาร ความช่วยเหลือจากฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งในด้านการเงิน และการส่งเสริมการ ลงทุนที่เป็นอยู่ในขณะนี้ จะไม่มีปัญหาต่อการพัฒนาพาณิชยนาวีให้บรรลุเป้าหมายตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5 ที่ตั้งเป้าหมายว่าจะขยายกองเรือพาณิชย์เพิ่มขึ้นอีก 358,000 เดทเวทตัน”

จากการศึกษาพบว่า การบริการขนส่งสินค้าทางทะเลของประเทศไทย ยังอยู่ในขอบเขตอันจำกัด เพราะ กองเรือพาณิชย์ของไทยมีขนาดเล็ก คิดเป็นอัตราส่วนร้อยละ 3.5 เมื่อเปรียบเทียบกับกองเรือพาณิชย์ของประเทศ สมาชิกอาเซียน และมีอายุการใช้งานมาก การจัดการของบริษัทต่าง ๆ ยังอยู่ในรูปครอบครัว ขาดการวางแผนใน ระยะยาว บริษัทที่มีโครงการที่จะขยายเรือออกไปตามแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 5 คือ บริษัทไทยเดินเรือทะเล จำกัด การ จัดองค์การก็ไม่แน่ชัด บริษัทที่มีการทำการวิเคราะห์งานมีเพียงบริษัทเดียวคือ บริษัทไทยเดินเรือทะเล จำกัด การ บริหารส่วนใหญ่ยังเป็นแบบรวมอำนาจ คือมีเพียงกลุ่มผู้บริหารระดับสูงกลุ่มเดียวที่ตัดสินใจในปัญหาเกือบทุกเรื่อง ทั้งนี้เพราะองค์การยังมีขนาดเล็ก ทางด้านการจัดการทางตลาดก็ยังไม่สามารถใช้เรือให้เต็มประสิทธภาพ มีเที่ยว เรือเปล่ากลับมาเสมอสินค้าที่บรรทุกในแต่ละเที่ยวทำการก็บรรทุกไม่เต็มระวางเรือ องค์บุคคลที่มีอยู่ทั้งบนบกและ ในทะเล ยังขาดความเชี่ยวชาญทางด้านนี้และพบว่ากองเรือที่เพิ่มขึ้น จะเป็นการเพิ่มด้านปริมาณ ลักษณะของเรือ ที่เพิ่มขึ้นเป็นเรือขนาดเล็ก อายุการใช้งานมาก ส่วนใหญ่เป็นเรือสินค้าชนิดแห้ง และวิ่งในเส้นทางอาเซียน และ ตะวันออกไกล ซึ่งได้แก่ ญี่ปุ่น ไต้หวันและฮ่องกง จะเป็นการเพิ่มด้านปริมาณ ลักษณะการลงทุนเป็นของผู้ประกอบ การรายย่อย เป็นการมุ่งหาประโยชน์ในระยะสั้น และมุ่งประกอบธุรกิจในย่านกลุ่มประเทศอาเซียนเท่านั้น

สำหรับแนวโน้มของกิจการ ในระยะนี้ยังคงใช้เรือที่ใช้แล้ว ซึ่งเป็นเรือที่ใช้ระบบการขนส่งโดยวิธีธรรมดา และมีการนำเอาระบบคอนเทนเนอร์มาปรับใช้ด้วย โดยจะมีลักษณะการให้บริการแบบกึ่งตู้สินค้า

พาณิชยนาวีไทย จะพัฒนาเจริญก้าวหน้าได้ นอกจากปัญหาต่างๆ ได้รับการแก้ไขแล้ว ยังต้องอาศัย ความร่วมมือประสานงานกันของทั้ง 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายเจ้าของเรือ และฝ่ายพ่อค้าผู้ใช้บริการเรือ ลำพัง เพียงเจ้าของเรือฝ่ายเดียว จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ รัฐบาลต้องเข้ามามีบทบาทและดำเนินการช่วยเหลือโดย เร่งด่วน ทั้งนี้เพื่อให้การขนส่งทางทะเลของประเทศเจริญยิ่งขึ้น อันจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศใน อนาคต