งานวิจัย 20
งานวิจัยเรื่อง การศึกษาเพื่อเปรียบเทียบศักยภาพของท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรือกรุงเทพฯ

ชื่อผู้วิจัย รองศาสตราจารย์ ดร.กิตติ ลิ่มสกุล

บทคัดย่อ

          รายงานวิจัยฉบับนี้ เป็นรายงานฉบับสมบูรณ์ของโครงการ "การศึกษาเพื่อเปรียบเทียบศักยภาพของท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรือกรุงเทพ" โดยในรายงานฉบับนี้ ได้กล่าวถึง ความเป็นมาของโครงการและภาวะการขนส่งของไทย ซึ่งจากอดีตที่ผ่าน มามีแนวโน้ม การขยายตัวมาโดยตลอดตามสภาวะการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย จวบจนมาถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2540-2541) ประเทศไทยประสบกับปัญหาทางเศรษฐกิจ เกิดความผันผวนของค่าเงิน จึงต้องหันมาใช้นโยบายค่าเงินบาทลอยตัว ซึ่งมีแนวโน้ม ทำให้การส่งออกดีขึ้น แต่เนื่องจากว่าประเทศเพื่อนบ้านซึ่งมีสินค้าส่งออกประเภทเดียวกัน ก็ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ และมีการ ลดค่าเงินเช่นกัน จึงส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย โดยที่การส่งออกของไทยต้องอาศัยการขนส่งทางทะเลเป็นส่วนใหญ่ จึง ทำให้การขนส่งได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม

          จากการศึกษาได้กล่าวถึงนโยบายของรัฐบาลในการสร้างท่าเรือแหลมฉบัง รวมถึงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาด้านการ ขนส่งของประเทศ ซึ่งรัฐบาลได้ให้การส่งเสริมและสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งได้ศึกษาองค์ประกอบของท่าเรือที่สำคัญ ๆ 3 แห่ง ซึ่งได้แก่ ท่าเรือกรุงเทพ ท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรือเอกชน ในด้านต่าง ๆ ทั้งด้านกายภาพ และด้านเศรษฐกิจ ซึ่งได้วิเคราะห์ ถึงวิสัยสามารถ และประสิทธิภาพ ในการดำเนินงานให้บริการของท่าเรือแต่ละแห่ง โดยที่ความมีประสิทธิภาพของท่าเรือแต่ละ แห่งนั้น ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเชื่อมโยงเข้ากับระบบโครงข่ายการคมนาคมขนส่งของประเทศ วึ่งได้มีการพัฒนาอย่าง ต่อเนื่องและขยายตัวมาโดยตลอดตามภาวะการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ การพัฒนาอย่างต่อเนื่องและขยายตัวมาโดย ตลอดตามภาวะการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ การพัฒนาระบบการขนส่งในแต่ละหมวดขนส่ง (Mode) ซึ่งประกอบด้วย การขนส่งทางถนน ทางรถไฟ ทางน้ำ จะต้องสอดคล้องประสานกันเป็นระบบ(Intermodel Linkage) เพื่อลดต้นทุนในการขนส่ง รวมถึงลดระยะเวลาในการขนส่งลงด้วย

          จากการวิเคราะห์ในเรื่องความได้เปรียบ เสียเปรียบระหว่างท่าเรือกรุงเทพและท่าเเรือแหลมฉบังในแง่ของเศรษฐศาสตร์ ซึ่ง ได้นำเอาต้นทุนอัตราค่าภาระของท่าเรือและต้นทุนค่าขนส่งสินค้ามาเป็นตัวแปรหลักในการวิเคราะห์ โดยกำหนดว่าต้นทุนด้าน อัตราค่าภาระของท่าเรือเป็นต้นทุนคงที่ เพราะไม่ว่าจะขนถ่ายสนค้าปริมาณมากน้อยเท่าไหร่ ก็จะต้องเสียอัตราค่าภาระในจำนวน ที่เท่ากัน ส่วนต้นทุนค่าขนส่งสินค้าเป็นต้นทุนแปรผัน เพราะจะมีการเปลี่ยนแปลงตามระยะทาง และตามประเภทของหมวดการ ขนส่ง ซึ่งจากการศึกษาพบว่า การเปรียบเทียบระยะทางของจุดขึ้นลงสินค้าระหว่างท่าเรือกรุงเทพ และท่าเรือแหลมฉบังกับ ปริมณฑลและภาค ระยะทางจากท่าเรือแหลมฉบังไปยังปริมณฑลและภาคกลางจะไกลกว่า ระยะทางจากท่าเรือกรุงเทพ ซึ่งทำ ให้มีค่าใช้จ่ายในการขนส่งสูงกว่า แต่ถ้ามองกันในระยะยาวแล้ว ท่าเรือแหลมฉบังจะได้เปรียบกว่าท่าเรือกรุงเทพ เนื่องจากการ พัฒนาระบบการขนส่งของประเทศ

          นอกจากนี้ในส่วนท้าย ได้นำแบบสอบถาม ซึ่งสำรวจความคิดเห็นของ ผู้ประกอบการที่เข้ามาใช้บริการท่าเรือกรุงเทพ ท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรือเอกชน มาสรุปเป็นประเด็นปัญหาข้อคิดเห็นซึ่งนำไปสู่การสรุปแนวทางและนโยบายเสนอแนะ ในด้านการบริหารท่าเรือ ด้านการขนส่ง และด้านยุทธศาสตร์ท่าเรือ ซึ่งคาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับท่าเรือ และเพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงประสิทธิภาพของท่าเรือ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามศักยภาพของท่าเรือแต่ละแห่งด้วย

poshorsa.gif (203 bytes)