งานวิจัย 19
งานวิจัยเรื่อง การศึกษาเปรียบเทียบศักยภาพของท่าเรือในภูมิภาคอินโดจีน

ชื่อผู้วิจัย รองศาสตราจารย์ ดร.อิทธิพล ปานงาน นางสุมาลี สุขดานนท์ และนางสาวสุนันทา พัฒน์จันทร์หอม

บทคัดย่อ

          งานวิจัยนี้ศึกษาการปฏิบัติงานของท่าเรือที่สินค้าเปลี่ยนถ่ายเรือที่ใหญ่ที่สุดของตะวันออกไกล คือ ท่าเรือฮ่องกง และท่าเรือ สิงคโปร์ ท่าเรือ feeder ในประเทศไทย และในประเทศเวียดนาม วัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อศึกษาปริมาณและประเภทของ สินค้าที่ส่งผ่านท่าเรือ ศักยภาพความเจริญเติมโตของท่าเรือ และพื้นที่แนวหลังทั้งที่เป็น captive hinterland และ competitive hinterland

          การวิจัยได้ทำการศึกษาภาคสนามท่าเรือทั้งในประเทศ และในต่างประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ ฮ่องกง ฮานอย ไฮฟอง กวางนินห์ ดานัง ไซ่ง่อน วุงตา ในการเดินทางไปสิงคโปร์ ฮ่องกง และไซ่ง่อน ผู้วิจัยได้เดินทางไปกับเรือตู้สินค้า การสัมภาษณ์ ผู้บริหารระดับกลางและระดับสูงของท่าเรือและบริษัทเรือทั้งในประเทศและต่างประเทศ

          การศึกษาพบว่า ท่าเรือที่ทำการรวบรวมและกระจายสินค้า (hub port) ที่ใหญ่ที่สุดทั้งสองแห่งของเอเชีย อยู่ภายใต้ความ กดดันให้ต้องทำการขยายวิสัยสามารถในการรับสินค้าอยู่ตลอดเวลาและอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดค่าใช้จ่ายของเรือ เรือแม่ที่ขนส่ง ตู้สินค้าจึงมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ทั้ง สิงคโปร์และฮ่องกงจึงจำเป็นต้องพัฒนาอุปกรณ์ยกขนและเคลื่อนย้ายสินค้าให้สามารถ ปฏิบัติงานบรรทุกขนถ่ายตู้สินค้าจากเรือแม่ขนาดใหญ่เหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนมีอัตรา เติบโตทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่าร้อยละ 8 มาโดยตลอด ทำให้อุปสงค์ด้านการขนส่งทางทะเลเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่ภูมิภาคเอเซีย ตะวันออกเฉียงใต้ เศรษฐกิจกลับหดตัวลงตั้งแต่ปี 1997 ก่อให้เกิดความไม่สมดุลในความต้องการด้านตู้สินค้า

          ท่าเรือของเวียดนามอยู่ในสภาพที่ล้าหลัง รัฐบาลส่งเสริมให้ต่างประเทศเข้าไปลงทุนในโครงการพัฒนาท่าเรือ นอกจากนี้ ท่าเรือทุกแห่งยกเว้นดานังและวุงตา เป็นท่าเรือแม่น้ำซึ่งต้องทำการขุดลอกเป็นประจำ และต้องมีการพัฒนาการขนส่งภายใน ประเทศทั้งทางถนนและรถไฟไปพร้อม ๆ กับการพัฒนาท่าเรือ อุปสรรคที่สำคัญ คือ การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำและปากแม่น้ำ ขนาดใหญ่จำนวนมาก สะพานแต่ละแห่งต้องใช้งบประมาณมหาศาล ความต้องการใช้ท่าเรือทางตอนใต้ของประเทศมีมากกว่าทาง ตอนเหนือ สำหรับท่าเรือดานังซึ่งงอยู่ตอนกลางของประเทศปัจจุบันความต้องการภายในประเทศมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เวียดนาม ตั้งเป้าหมายที่จะให้ท่าเรือแห่งนี้ให้บริการปริมณฑลที่อยู่ใกล้กับท่าเรือ โดยเชื่อมต่อทางเหนือของประเทศด้วยรถไฟ และเชื่อมต่อ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และประเทศไทยด้วยถนนหมายเลข 9 ของลาว

          ทั้งประเทศไทยและประเทศเวียดนามต่างมุ่งหมายให้ประเทศจีนขนส่งสินค้าผ่านท่าเรือของตน ดังนั้นการแข่งขันระหว่าง ท่าเรือของทั้งสองประเทศในอนาคตจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะได้เปรียบในแง่ที่มีระบบโครงข่ายถนน ที่ดีกว่า แต่ประเทศไทยยังจะต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเมียนม่าร์และลาว เพื่อให้ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่สินค้าจาก มณฑลตะวันออกเฉียงใต้ของจีนมายังท่าเรือไทย ซึ่งจำเป็นต้องขนส่งผ่านประเทศทั้งสอง

poshorsa.gif (203 bytes)