งานวิจัย 17
งานวิจัยเรื่อง การค้าและการขนส่งต่อเนื่องในสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ

ชื่อผู้วิจัย นางสุมาลี สุขดานนท์ และคณะ

บทคัดย่อ

          งานวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาถึงสถานภาพปัจจุบันของการค้าระหว่างประเทศในเขตสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ ได้แก่ จีนตอนใต้ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เมียนม่าร์ และไทย การศึกษาได้ระบุเส้นทางการค้าหลัก ข้อมูลในการ วิเคราะห์ ได้มาจากการศึกษา การเก็บข้อมูลบริเวณชายแดนไทย การสัมภาษณ์สอบถามความเห็นของผู้ประกอบธุรกิจการค้า ผู้นำเข้าและส่งออก ตลอดจนสภาหอการค้าในจังหวัดชายแดนไทย คณะผู้วิจัยได้เดินทางไปศึกษาวิเคราะห์เส้นทางการค้า ทางบกและทางน้ำใน สปป.ลาว โดยพิจารณาถึงการคมนาคมขนส่งเพื่อเป็นประตูการค้า การอำนวยความสะดวกในด้านการค้า การย้ายฐานการผลิตของอุตสาหกรรม เพื่อแสวงหาแหล่งแรงงานที่ค่าจ้างถูกกว่าในอนาคต

          การค้าของไทยกับสามประเทศมีแนวโน้มสูงขึ้นเป็นลำดับ โดยมีการค้ารวมในปี 2538 สูงถึง 117,794 ล้านบาท การค้ากับ จีนสูงเป็นอันดับหนึ่ง คือ 93,054 ล้านบาท ตามด้วยการค้ากับเมียนม่าร์ และ สปป.ลาว คือ 14,170 และ 10,570 ตามลำดับ เป็นไป ตามอัตราส่วน 79:12:9 สินค้าออกของไทยส่วนใหญ่ ได้แก่ ยางพารา น้ำตาลอ้อย ข้าว สัตว์น้ำสดและแช่แข็ง คอมพิวเตอร์และ อุปกรณ์ ส่วนสินค้าออกสู่เมียนม่าร์ และ สปป.ลาว ส่วนใหญ่ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เช่น จักรยานยนต์และอะไหล่ ผ้าผืน เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์เหล็กกล้า

          การค้าตามแนวชายแดนในช่วงเดียวกัน มีมูลค่าเพียง 16,932 ล้านบาท การค้าตรงกับ มณฑลยูนนาน (ซึ่งไม่มีพรมแดน ติดต่อกับไทย) กับเมียนม่าร์ และกับ สปป.ลาว มีมูลค่า 743 ล้านบาท 905 ล้านบาท และ 10,284 ล้านบาท ตามลำดับ การค้า ไทย-จีน ส่วนใหญ่ยังคงผ่านทะเลจีนใต้ โดยมีการขนส่งทางทะเลเป็นหลัก เนื่องจากยังขาดสัญญาภาคีในการขนส่งผ่านแดน กับเมียนม่าร์และสปป.ลาว การค้าโดยใช้การขนส่งผ่านแม่น้ำโขงในแนวเหนือ-ใต้ยังคงมีน้อยมาก เนื่องจากอุปสรรคการเดินเรือ ทั้งจากธรรมชาติและขาดสัญญาและข้อตกลงที่จะให้แม่น้ำโขงเป็น แม่น้ำสากลสำหรับการคมนาคมและขนส่ง

          การศึกษาโดยการสำรวจภาคสนามแสดงให้เห็นว่าถนนหรือทางหลวงที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ใน สปป.ลาว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถนนหมายเลข 13 หมายเลข 1 และหมายเลข 2 ในภาคเหนือของ สปป.ลาว ยังไม่ได้รับการฟื้นฟูบูรณะ และล้วนเป็นถนนเก่าที่ สร้างไว้ตั้งแต่สมัยปลายทศวรรตที่ 60 ต่อต้นทศวรรตที่ 70 ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันความเป็นไปได้ที่ สปป.ลาว จะสามารถ บำรุงรักษาถนนเหล่านี้หลังจากที่ได้รับการฟื้นฟูด้วยงบประมาณระหว่างประเทศแล้วยังเป็นที่น่าสงสัย ในปัจจุบันยังไม่มีระบบ ในการจัดเก็บค่าผ่าน/ใช้ทาง หรือการหารายได้จากการค้าผ่านแดนเพื่อนำมาเป็นงบประมาณในการบำรุงรักษาถนน อย่างไรก็ตาม การใช้ลาวเป็นประตูการค้าระหว่างประเทศจะต้องพิจารณาเส้นทางสายอื่น เช่น ยูนนาน-เมียนม่าร์-อ่าวเบงกอล ยูนนาน-ท่าเรือ กวางสี หรือ ยูนนาน-ท่าเรือไฮฟอง/กวางนิน ประกอบอีกด้วย

poshorsa.gif (203 bytes)