ทางรถไฟสายไทย-พม่า

จัดทำข้อมูลโดย : สุนันทา เจริญปัญญายิ่ง

        ปัจจุบันทางรถไฟสายไทย-พม่า หรือ ทางรถไฟสายมรณะ (Death Railway) เป็นเส้นทางท่องเที่ยวทางรถไฟแห่งหนึ่งที่สำคัญของไทย ในประวัติการก่อสร้างทางรถไฟสายนี้เกิดขึ้นในสถานการณ์ที่แตกต่างจากการก่อสร้างทางรถไฟสายอื่น ๆ ของประเทศไทย ทางรถไฟสายนี้เชื่อมระหว่างชายแดนไทย-พม่า กองทัพญี่ปุ่นได้ผลักดันและก่อสร้างทางรถไฟสายนี้ เพื่อใช้ในกิจการทางทหารของตนในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ดังนั้นทางรถไฟสายนี้จึงมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ระหว่างประเทศ และยังเป็นหลักฐานสำคัญของสงครามที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน

ประวัติและสาเหตุการก่อสร้างทางรถไฟ
        ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ช่วงกลางปี พ.ศ. 2485 ทหารญี่ปุ่นเข้าสู้รบกับกองทหารอังกฤษในพม่า โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อรุกคืบเข้าสู่อินเดีย ซึ่งเป็นอาณานิคมของสหราชอาณาจักร แต่การทำสงครามในพม่า ทหารญี่ปุ่นจำเป็นต้องมีเส้นทางการขนส่งกองกำลังและเสบียงที่ปลอดภัยมากกว่าการเดินเรือทะเลระหว่างสิงคโปร์กับร่างกุ้ง เพราะล่อแหลมต่อการถูกโจมตีจากฝ่ายพันธมิตร1 ดังนั้นกองทัพญี่ปุ่นจึงมีแนวคิดในการก่อสร้างทางรถไฟสายนี้เพื่อเชื่อมระหว่างประเทศไทยกับพม่า2 โดยมีวัตถุประสงค์ในการก่อสร้างทางรถไฟสายนี้ เพื่อรักษาเส้นทางส่งกำลังบำรุงทางบก และเป็นเส้นทางพาณิชย์ระหว่างไทยกับพม่า กำหนดเส้นทางจากหนองปลาดุกของไทย เลียบตามแม่น้ำแควน้อย ผ่านนิเก้ไปยังปลายทางคือ ทันบิวซายัด ในพม่า มีความยาวประมาณ 400 กิโลเมตร เส้นทางนี้จะสามารถลำเลียงได้ประมาณวันละ 3,000 ตัน3 กำหนดการก่อสร้างแล้วเสร็จในปลาย พ.ศ. 2486 วัสดุจำเป็นในการก่อสร้าง จะให้ใช้วัสดุในท้องที่เป็นส่วนใหญ่ ทางญี่ปุ่นจะจัดส่งเฉพาะสิ่งที่จำเป็นไปให้ โดยกำหนดงบประมาณการก่อสร้าง ประมาณ 7 ล้านเยน ส่วนแรงงานในการก่อสร้าง ให้ใช้แรงงานในท้องถิ่นและเชลยศึก4

        เมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ.2485 ไทยได้ลงนามข้อตกลงกับญี่ปุ่น เพื่อสร้างทางรถไฟสายพม่า (สายมรณะ) โดยญี่ปุ่นขอยืมเงินไทยจำนวน 4 ล้านบาท5 การก่อสร้างเริ่มขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2485 โดยกองทัพญี่ปุ่นเข้ามาดำเนินการสำรวจเอง และกรมรถไฟหลวงช่วยเหลืออำนวยความสะดวก6 เริ่มก่อสร้างจากสถานีหนองปลาดุกถึงสถานีกาญจนบุรีระยะทาง 50 กิโลเมตร เป็นทางราบโดยตลอด จากสถานีกาญจนบุรี-น้ำตก ภูมิประเทศเริ่มเป็นเนินสูงมีภูเขาเล็กน้อย และจากน้ำตกขึ้นไปเป็นทางเขามีความลาดชันจนถึงสูงสุดที่เรียกว่า “ถ้ำผี” แล้วจึงลาดลงผ่านหมู่บ้านและตำบลน้ำตกไทรโยค จนถึงตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ รวมระยะทาง 88 กิโลเมตร จากนั้นเลียบลำน้ำแควน้อยขึ้นไปจนถึงนิเกะ อำเภอสังขละ และไปถึงพรมแดนไทย-พม่า ที่ด่านเจดีย์สามองค์ เป็นระยะทาง 303.95 กิโลเมตร

        ในเขตประเทศไทย ฝ่ายไทยเป็นผู้ทำงานดินก่อสร้าง รวมถึงงานอาคาร งานถนนเข้าสถานี 5 แห่ง และงานปักเสาพาดสายโทรเลขด้วย แต่การก่อสร้างอยู่ในความควบคุมของทหารญี่ปุ่น ส่วนฝ่ายญี่ปุ่นดำเนินการก่อสร้างสะพานต่าง ๆ และวางรางโดยนำรางต่าง ๆ คือ 40 ปอนด์ 50 ปอนด์ 75 ปอนด์ และ 80 ปอนด์ต่อหลา พร้อมด้วยเครื่องประกอบรางและประแจทางหลีกจากพม่า มลายู และญี่ปุ่น มาวางในรถไฟสายนี้ตั้งแต่หนองปลาดุกจนถึงด่านเจดีย์สามองค์

        ในเขตประเทศพม่า กองทหารญี่ปุ่นได้ทำการก่อสร้างทางรถไฟและวางรางจากสถานีตันบีอูซายัตเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์ เนื่องจากได้ยึดเมืองมะละแหม่งไว้แล้ว โดยวางรางเชื่อมติดต่อกันเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ.2486 ด้วยกองทัพญี่ปุ่นต้องการเร่งรัดการก่อสร้างให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อประโยชน์ในการลำเลียงทหารและยุทธปัจจัย จึงได้เริ่มสร้างทางรถไฟพร้อมกันหลายจุด เพื่อเข้ามาเชื่อมต่อกัน โดยการก่อสร้างต้องผ่านป่าเขาและมีไข้ป่าชุกชุมมาก เป็นเหตุให้คนงานและเชลยศึกต้องทำงานหนัก ล้มตายเป็นจำนวนมาก ทำให้ทางรถไฟสายนี้ได้ชื่อว่า “ทางรถไฟสายมรณะ”7

        กองทัพญี่ปุ่นรวบรวมแรงงานชาวเอเชียรวม 200,000 คน ประกอบด้วยกรรมกรแขก พม่า มาเลเซีย อินโดนีเซีย จีน และไทย รวมทั้งเชลยศึกสงครามชาติต่าง ๆ8 เช่น อังกฤษ ออสเตรเลีย ฮอลันดา ประมาณ 61,700 คน9 และในการก่อสร้างทางรถไฟในฝ่ายไทย ต้องสร้างสะพานจำนวน 359 สะพาน รวมถึงสะพานข้ามแม่น้ำแคว ณ บ้านท่ามะขาม เพื่อให้การก่อสร้างสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและไม่ต้องเสียเวลาในการทำงานดิน สะพานเหล่านี้จึงสร้างด้วยไม้เป็นส่วนใหญ่ สะพานไม้เริ่มลงก่อสร้างเดือนตุลาคม พ.ศ.2485 ภายหลังญี่ปุ่นได้ก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแควด้วยเหล็ก สร้างเสร็จเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2486

         ในเดือนตุลาคม พ.ศ.2486 การก่อสร้างทางรถไฟตั้งแต่สถานีหนองปลาดุก (จังหวัดราชบุรี) ถึงสถานีทันบิวซายัด (พม่า) ระยะทางรวม 415 กิโลเมตร แล้วเสร็จ โดยรวมระยะเวลาการก่อสร้าง 1 ปี10 และเริ่มเปิดใช้งาน เมื่อ 25 ธันวาคม พ.ศ.2486 อีก 2 ปีต่อมา เมื่อญี่ปุ่นเป็นฝ่ายแพ้สงคราม ทางรถไฟสายนี้ตกเป็นของอังกฤษ จนกระทั่งในเดือนมกราคม พ.ศ.2490 รัฐบาลไทยต้องจ่ายเงินให้กับอังกฤษจำนวน 50 ล้านบาท เพื่อซื้อทางรถไฟกลับมาเป็นของไทย11 การเดินรถไฟระหว่างไทยกับพม่าถูกยกเลิกโดยปริยาย เนื่องจากทางรถไฟเสียหายจากระเบิดในช่วงสงคราม และการปิดประเทศของพม่า
รูปที่ 1 เชลยศึกกำลังต่อรางรถไฟเส้นทางสายไทย-พม่า
โทชิฮารุ โยชิกาวา. ทางรถไฟสายไทย-พม่าในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา. กรุงเทพฯ : อมรินทร์บุ๊คเซ็นเตอร์, 2538. หน้า 244
รูปที่ 2 ช่องเขาขาด
ช่องเขาขาด หรือ Hell Fire Pass ช่องเขานี้เป็นช่องเขาที่ทางรถไฟจะต้องวิ่งผ่าน เชลยและกรรมกรต้องใช้แรงงานสกัดหินออกด้วยมือ12 เพื่อวางรางรถไฟเลียบหน้าผาของภูเขา มุ่งสู่สถานีไทรโยค

        ปัจจุบันทางรถไฟสายมรณะกลายเป็นขบวนรถไฟท่องเที่ยวที่สำคัญจากสถานีกรุงเทพ – น้ำตก ขบวนที่ 909 ระยะทาง 130.6 กิโลเมตร ซึ่งเป็นขบวนรถพิเศษที่จัดการเดินรถไฟ เพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ จะหยุดรับ – ส่งผู้โดยสารเฉพาะสถานีที่มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น สะพานข้ามแม่น้ำแควและช่วงโค้งมรณะหรือถ้ำกระแซ13

รูปที่ 3 แผนที่เส้นทางทางรถไฟสายมรณะ
ที่มา : Australian War Memorial. The Burma–Thailand Railway [online]. Available from : http://www.awm.gov.au/exhibitions/stolenyears/ww2/japan/burmathai/ [26 April, 2013].


รูปที่ 4 ทางรถไฟสายมรณะในช่วงสถานีหินตก
ที่มา : Australian War Memorial. The Burma–Thailand Railway [online]. Available from: http://www.awm.gov.au/exhibitions/stolenyears/ww2/japan/burmathai/ [26 April, 2013].

ระยะเวลาการก่อสร้าง
        ระยะเวลาก่อสร้างทางรถไฟสายไทย-พม่า เริ่มนับจากไทยได้ลงนามข้อตกลงกับญี่ปุ่น เพื่อสร้างทางรถไฟสายไทย-พม่า เมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ.2485 จนถึงเริ่มเปิดใช้งาน เมื่อ 25 ธันวาคม พ.ศ.2486 รวมใช้เวลาก่อสร้าง 1 ปี โดยทางรถไฟสายนี้มีระยะทางรวม 415 กิโลเมตร เส้นทางรถไฟตั้งแต่สถานีหนองปลาดุก (ไทย) ถึงสถานีทันบิวซายัด (พม่า) มีระยะทางรถไฟอยู่ในประเทศไทยประมาณ 304 กิโลเมตร มีสถานีรถไฟในไทยรวม 37 สถานี

รูปที่ 5 แผนที่ทางรถไฟสายไทย-พม่า ในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา
ที่มา: โทชิฮารุ โยชิกาวา. ทางรถไฟสายไทย-พม่าในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา กรุงเทพฯ : อมรินทร์บุ๊คเซ็นเตอร์, 2538 หน้า 24-25

ตารางที่ 1 แสดงระยะทางรถไฟแต่ละสถานี ของทางรถไฟสายไทย-พม่า

ที่มา: โทชิฮารุ โยชิกาวา. ทางรถไฟสายไทย-พม่าในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา. กรุงเทพฯ : อมรินทร์บุ๊คเซ็นเตอร์, 2538 หน้า 24-25

การใช้ประโยชน์จากเส้นทางรถไฟสายไทย-พม่า
        ญี่ปุ่นใช้ประโยชน์จากทางรถไฟสายไทย-พม่า เพื่อการสงครามและใช้เส้นทางรถไฟได้เพียง 2 ปี ก่อนที่จะแพ้สงคราม จนกระทั่งรัฐบาลไทยซื้อทางรถไฟสายนี้จากอังกฤษ แต่ไม่ได้มีการเดินรถไฟเชื่อมไปยังประเทศพม่าอีก

        ในปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทยได้จัดการเดินรถไฟบางช่วงบนเส้นทางสายนี้ ดังนี้

ตารางที่ 2 เส้นทาง ประเภทรถไฟ และจำนวนเที่ยวรถไฟในเส้นทางรถไฟสายพม่าปัจจุบัน

ที่มา : การรถไฟแห่งประเทศไทย. ตรวจสอบเวลาการเดินรถ และราคาค่าโดยสาร [สายตรง]. แหล่งที่มา : http://www.railway.co.th/checktime/checktime.asp [30 มีนาคม 2556].

แผนพัฒนาทางรถไฟในอนาคต
        รัฐบาลไทยไม่มีแผนการที่จะพัฒนาทางรถไฟสายนี้ เพื่อเชื่อมต่อกับสายพม่าอย่างชัดเจนในอนาคต ส่วนฝ่ายพม่ามีแผนงานที่จะฟื้นฟูและการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการเส้นทางรถไฟความยาว 105 กิโลเมตร จากพื้นที่บริเวณด่านเจดีย์สามองค์ตั้งแต่ฝั่งพม่าไปยังไทย มีกำหนดเริ่มศึกษาในเดือนตุลาคม พ.ศ.2555 มีเป้าหมายพัฒนาและปรับปรุงเส้นทางรถไฟสายมรณะเพื่อเชื่อมต่อกับไทยที่สร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีรัฐมนตรีกระทรวงรถไฟพม่าเป็นผู้รับผิดชอบโครงการ20

บทส่งท้าย
        ทางรถไฟสายไทย – พม่า หรือ ทางรถไฟสายมรณะ เป็นมรดกที่หลงเหลือจากสงครามและเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ ทางรถไฟเกิดจากเหตุผลทางการเมืองและทางทหารของญี่ปุ่น ซึ่งแตกต่างจากการก่อสร้างทางรถไฟสายอื่น ๆ ที่มีทั้งเหตุผลทางการเมืองและทางเศรษฐกิจเป็นองค์ประกอบสำคัญ ในปัจจุบันรัฐบาลไทยและพม่าต่างก็ไม่มีแผนพัฒนาทางรถไฟสายไทย – พม่า เพื่อใช้ในการคมนาคมเชื่อมต่อกันระหว่างสองประเทศ



1หนังสือพิมพ์คมชัดลึก. พลิกแฟ้มคดีดัง: ช่องเขาขาด...เส้นทางสายทาส [สายตรง]. แหล่งที่มา: http://www.komchadluek.net/detail/20090404/8191/พลิกแฟ้มคดีดัง:ช่องเขาขาด...เส้นทางสายทาส.html [25 มีนาคม 2556].

2ญี่ปุ่นมีแนวคิดสร้างเส้นทางลำเลียงไปสู่พม่า ถึง 8 เส้นทาง เป็นเส้นทางทางบก 7 เส้นทาง และเส้นทางทางน้ำ 1 เส้นทาง และในเส้นทางสายบ้านโป่ง-กาญจนบุรี-ด่านเจดีย์สามองค์–ทันบิวซายัด เป็นเส้นทางสายที่สั้นที่สุด ซึ่งไทยกับพม่าใช้เส้นทางนี้บ่อยครั้งในประวัติศาสตร์ในการทำสงครามระหว่างไทยกับพม่า 44 ครั้ง มีการใช้เส้นทางนี้อย่างน้อยถึง 16 ครั้ง โทชิฮารุ โยชิกาวา. ทางรถไฟสายไทย-พม่าในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา.กรุงเทพฯ : อมรินทร์บุ๊คเซ็นเตอร์, 2538 หน้า 55.

3ในเดือนเมษายน พ.ศ.2485 ทางรถไฟได้ลดจำนวนการขนส่งลง เหลือเศษหนึ่งส่วนสาม คือวันละ 1,000 ตัน โทชิฮารุ โยชิกาวา. ทางรถไฟสายไทย-พม่าในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา.กรุงเทพฯ : อมรินทร์บุ๊คเซ็นเตอร์, 2538 หน้า 372

4โทชิฮารุ โยชิกาวา. ทางรถไฟสายไทย-พม่าในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา. กรุงเทพฯ : อมรินทร์บุ๊คเซ็นเตอร์, 2538 หน้า 63-64

5กระทรวงกลาโหมโครงการ. หอมรดกไทย. เรื่องของไทยในอดีต - 16 กันยายน 2485 [สายตรง]. แหล่งที่มา : http://www1.tv5.co.th/service/mod/heritage/nation/pastevent/past_ram83.htm [25 มีนาคม 2556].

6ข้อสรุปจากการประชุมร่วมระหว่างไทยกับญี่ปุ่นในวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ.2485 เรื่อง ประเด็นการถกเถียงถึงสถานะของทางรถไฟสายนี้ว่า “ ควรจะเป็นทางรถไฟอะไรและเป็นของใคร” ซึ่งฝ่ายไทยเสนอว่า ตามกฎหมายไทยทางรถไฟสายนี้จะเป็นของไทยเมื่อสงครามยุติแล้ว แต่ให้ทหารทั้งสองฝ่ายใช้ร่วมกันในฐานะเป็นทางรถไฟทหาร ส่วนฝ่ายญี่ปุ่นแย้งว่า ควรมีการตกลงกันใหม่เมื่อสงครามยุติแล้ว แต่ฝ่ายไทยยังอยากทราบว่าทางรถไฟสายนี้เป็นทางรถไฟทหารหรือของบริษัทใด ฝ่ายญี่ปุ่นเห็นว่าในระหว่างสงครามทางรถไฟสายนี้เป็นทางรถไฟทหาร แต่เมื่อสงครามยุติแล้ว จะเป็นสิทธิของญี่ปุ่นเองหรือจะเป็นของบริษัทใดก็แล้วแต่จะเห็นสมควร ทางฝ่ายไทยได้เสนอต่อไปอีกว่า เมื่อเรื่องข้างหน้ายังไม่แน่นอนเช่นนี้ ตามกฎหมายไทยปัจจุบันทางรถไฟต้องเป็นของไทย ซึ่งทางญี่ปุ่นตอบว่า ฝ่ายญี่ปุ่นไม่คิดจะเอาไว้เป็นของญี่ปุ่น เมื่อเสร็จสงครามแล้ว ซึ่งฝ่ายไทยอธิบายกลับว่า ถ้าเป็นทางรถไฟทางทหารก็ไม่มีปัญหาจัดการสร้างไป แต่ถ้าเป็นของบริษัทก็จะต้องมีการสัมปทานตามกฎหมาย ต้องมีการเวนคืนที่ดิน ซึ่งมีปัญหามากมาย ในที่สุดญี่ปุ่นก็สรุปว่า สร้างเป็นทางรถไฟทหาร โทชิฮารุ โยชิกาวา. ทางรถไฟสายไทย-พม่าในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา. กรุงเทพฯ : อมรินทร์บุ๊คเซ็นเตอร์, 2538. หน้า 86-87

7การรถไฟแห่งประเทศไทย. ข่าวประชาสัมพันธ์ – การรถไฟฯ สนับสนุนแสดงนิทรรศการ พร้อมจัดรถจักรไอน้ำเข้าฉาก งานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแคว จ.กาญจนบุรี [สายตรง]. แหล่งที่มา : http://www.railway.co.th/srt/pr/news/viewshownews.asp?idnews=1017 [24 มีนาคม 2556].

8การที่ญี่ปุ่นนำเชลยศึกมาทำงานสร้างทางรถไฟ โดยอ้างว่าไม่ได้ขัดต่อสนธิสัญญาเจนีวา หรือสนธิสัญญาว่าด้วยการปฏิบัติต่อเชลยศึก ซึ่งญี่ปุ่นได้ร่วมลงนามที่เจนีวา ในวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2472 ทั้งนี้เพราะเชลยศึกไม่ได้ถูกใช้แรงงานที่เกี่ยวกับการทำสงคราม หรือใช้แรงงานที่ไม่ถูกสุขลักษณะและเป็นอันตราย โดยมีการตีความว่าการก่อสร้างทางรถไฟสายนี้ ไม่ใช่เป็นงานทำสงคราม แต่เป็นการรักษาเส้นทางส่งกำลังบำรุงทางบก เป็นการสร้างเส้นทางพาณิชย์ระหว่างไทยกับพม่า นอกจากนี้ได้มีการอธิบายเหตุผลว่า การก่อสร้างนี้อยู่ในเขตแนวหลังที่อยู่ห่างไกลจากสนามรบและเส้นทางการพาณิชย์นั้นเอง โยชิกาวา, โทชิฮารุ. ทางรถไฟสายไทย-พม่าในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา. กรุงเทพฯ : อมรินทร์บุ๊คเซ็นเตอร์, 2538. หน้า 67-69

9แรงงานที่ใช้ประมาณ 261,700 คน ตายราว 100,000 คน สังคีต จันทนะโพธิ. รักอมตะนิรันดร์ จากทางรถไฟสายมรณะ. กรุงเทพฯ : พระพิฆเนศ, 2537. หน้า 33.

10การรถไฟแห่งประเทศไทย. ข่าวประชาสัมพันธ์ – การรถไฟฯ สนับสนุนแสดงนิทรรศการ พร้อมจัดรถจักรไอน้ำเข้าฉากงานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแคว จ.กาญจนบุรี [สายตรง]. แหล่งที่มา : http://www.railway.co.th/srt/pr/news/ viewshownews.asp?idnews=1017 [25 มีนาคม 2556].

11กระทรวงกลาโหม. โครงการหอมรดกไทย. เรื่องของไทยในอดีต - 16 กันยายน 2485 [สายตรง]. แหล่งที่มา : http://www1.tv5.co.th/service/mod/heritage/nation/pastevent/past_ram83.htm [25 มีนาคม 2556].

12บรรดาเชลยศึกเหล่านี้ต้องใช้ค้อนหนัก 8 ปอนด์ สว่าน ระเบิด เสียม พลั่ว จอบ ขุดเจาะช่องเขาทีละนิด ๆ แล้วขนใส่ตะกร้าหวายอันเล็กๆ ขนเศษหินและดินออกไปทิ้ง พวกเขาทำงานตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่ได้หยุดพัก ได้รับความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส เพราะนอกจากงานหนักและทารุณแล้ว ยังมีโรคไข้ป่าเล่นงานเชลยศึก หลายคนเจ็บป่วยล้มตายลงเป็นใบไม้ร่วง ขณะก่อสร้างเส้นทางสายนี้เป็นช่วงมรสุม เชลยศึกถูกบังคับให้ทำงานวันละ 18 ชั่วโมง กินอาหารวันละ 2 มื้อ คือ ข้าวกับผักดองเค็ม ระหว่างการก่อสร้างสะพานรถไฟให้เสร็จทันกำหนด เหล่าเชลยศึกฝ่ายพันธมิตรขนานนามช่องเขาขาดว่า "ช่องนรก" หรือ Hell Fire Pass ด้วยเหตุที่พวกเขาถูกบังคับให้ทำงานตลอดทั้งวันทั้งคืน โดยอาศัยแสงสว่างจากคบไฟที่จุดพรึ่บจนสว่างไสวเหมือนกลางวัน เชลยศึก 6 หมื่นคน 20 เปอร์เซ็นต์เสียชีวิต แรงงานอีกไม่ต่ำกว่า 9 หมื่นคน ต้องสังเวยชีวิตระหว่างการก่อสร้างรถไฟแห่งนี้ จนมีผู้เปรียบเปรยว่า 1 หมอนรางรถไฟเท่ากับ 1 ชีวิตของเหล่าเชลยศึก หนังสือพิมพ์คมชัดลึก. ช่องเขาขาด...เส้นทางสายทาส [สายตรง]. แหล่งที่มา : http://www.komchadluek.net/ detail/20090404/ 8191/พลิกแฟ้มคดีดัง:ช่องเขาขาด...เส้นทางสายทาส.html [10 เมษายน 2556].

13การรถไฟแห่งประเทศไทย. ประเภทขบวนรถไฟ – ขบวนรถท่องเที่ยว [สายตรง]. แหล่งที่มา : http://www.railway.co.th/home/srt/passenger/bogietype.asp [25 มีนาคม 2556].

14ปัจจุบันชื่อสถานีถนนทรงพล

15ปัจจุบันชื่อสถานี สระโกสินารายณ์

16ปัจจุบันชื่อสถานีทุ่งทอง

17ปัจจุบันชื่อสถานีปากแพรก

18ปัจจุบันชื่อสถานี วังเย็น

19ปัจจุบันชื่อสถานี ลุ่มสุ่ม

20ASTV ผู้จัดการออนไลน์. พม่าฟื้นทางรถไฟสายมรณะ กระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว [สายตรง]. แหล่งที่มา : http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9550000062083 [25 มีนาคม 2556].
ท่านคือผู้เข้าชมคนที่

สงวนลิขสิทธิ์ สถาบันการขนส่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ชั้น 6 อาคารประชาธิปก-รำไพพรรณี ถนนพญาไท ปทุมวัน กรุงเทพ ฯ 10330 Email : tri@chula.ac.th