พระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทยพ.ศ. 2494

จัดทำข้อมูลโดย : สุนันทา เจริญปัญญายิ่ง

        พระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2494เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้คือการจัดตั้งการท่าเรือแห่งประเทศไทย1 ด้วยพระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นกฎหมายเก่าแก่ฉบับหนึ่งที่ยังคงใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ทำให้มีการแก้ไขหลายครั้ง ดังต่อไปนี้

        พระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 24992

        เนื่องจากพระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทยที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ยังไม่เหมาะสมในการที่จะบริหารกิจการของการท่าเรือให้เจริญก้าวหน้าเป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการท่าเรือในหลักสำคัญๆอาทิ กำหนดเขตอาณาบริเวณเพื่อความสะดวกและความปลอดภัยแก่การเดินเรือและการสินค้าอำนาจหน้าที่ในการขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำให้เรือขนาดใหญ่เดินได้โดยสะดวกและเรียกเก็บค่าภาระต่างๆภายในอาณาบริเวณเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายได้ให้การท่าเรือได้รับยกเว้นจากการเสียภาษีอากรเพราะทรัพย์สินของการท่าเรือเป็นทรัพย์สินของรัฐอยู่แล้วให้การท่าเรือได้ใช้ที่ดินเพื่อขยายกิจการตามโครงการโดยไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายว่าด้วยการควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันให้คณะรัฐมนตรีมีอำนาจตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นและนอกจากนี้ให้มีบทลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงเพื่อให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยได้ดำเนินกิจการให้สำเร็จลุล่วงไปตามนโยบายของรัฐบาลและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกิจการท่าเรือสากล

        พระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย (ฉบับที่3) พ.ศ. 25023

         เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้คือโดยที่พระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทยฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีบทบัญญัติบางประการที่ไม่เหมาะสมแก่การบริหารกิจการของการท่าเรือแห่งประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้าไปได้เท่าที่ควรและให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

        พระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย (ฉบับที่4) พ.ศ. 25164

         เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยการท่าเรือแห่งประเทศไทยไม่มีบทบัญญัติให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยมีอำนาจออกพันธบัตรหรือตราสารอื่นใดเพื่อการลงทุนเป็นเหตุให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยไม่อาจออกพันธบัตรหรือตราสารอื่นใดเพื่อการลงทุนได้

        พระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย (ฉบับที่5) พ.ศ. 25435

        เนื่องจากพระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทยพ.ศ. 2494 ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันมีบทบัญญัติบางประการที่ทำให้การบริหารงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทยไม่คล่องตัวเท่าที่ควรสมควรแก้ไขเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้นและแก้ไขเพิ่มเติมให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยมีอำนาจจัดตั้งบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดหรือเข้าร่วมกิจการกับบุคคลอื่นหรือถือหุ้นในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดเพื่อประโยชน์แก่กิจการของการท่าเรือแห่งประเทศไทยได้ทั้งนี้โดยจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อน

        

        เนื้อหาพระราชบัญญัติมีจำนวน 50 มาตรา โดยแบ่งได้ ดังนี้ - ขอบเขตการบังคับใช้และบทนิยาม (มาตรา 1 -5)

- หมวดที่ 1 การจัดตั้ง ทุน และเงินสำรอง (มาตรา 6-19)

- หมวดที่ 2 การกำกับ ควบคุม และจัดการ (มาตรา 20-33)

- หมวดที่ 3 ความสัมพันธ์กับรัฐบาล (มาตรา 34-40)

- หมวดที่ 4 การร้องทุกข์ และการสงเคราะห์ (มาตรา 41-42)

- หมวดที่ 5 การบัญชี การสอบ และการตรวจ (มาตรา 43-48)

- หมวดที่ 6 บทกำหนดโทษ (มาตรา 49-50)

        สาระสำคัญของพระราชบัญญัติ มีรายละเอียด ดังนี้

ขอบเขตการบังคับใช้และบทนิยาม

        1. ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมปรับปรุง และให้ความสะดวกและความปลอดภัยแก่กิจการท่าเรือและการเดินเรือภายในอาณาบริเวณ และการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้กฎกระทรวงนั้นเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้(มาตรา 5)

        2.พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา6 เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2494 และมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ.2494 เป็นต้นไป (มาตรา 2)

        3. บทนิยาม (มาตรา 4) มีดังนี้

        "การท่าเรือแห่งประเทศไทย"หมายความว่า การท่าเรือซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้

        "กิจการท่าเรือ"หมายความว่า ธุรกิจเกี่ยวกับท่าเรือและให้หมายความรวมถึงอู่เรือและกิจการอื่นที่เกี่ยวเนื่องหรือเป็นส่วนประกอบกับท่าเรือ

        "คณะกรรมการ"หมายความว่า คณะกรรมการของการท่าเรือแห่งประเทศไทย

        "ผู้อำนวยการ"หมายความว่า ผู้อำนวยการของการท่าเรือแห่งประเทศไทย

        "รัฐมนตรี"หมายความว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

การจัดตั้ง ทุน และเงินสำรอง

        1. การจัดตั้ง "การท่าเรือแห่งประเทศไทย" มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้(มาตรา 6)

           ก. รับโอนกิจการท่าเรือจากสำนักงานท่าเรือกรุงเทพฯในกรมการขนส่งกระทรวงคมนาคมและให้โอนสินทรัพย์และหนี้สินทั้งสิ้นของสำนักงานท่าเรือกรุงเทพฯในกรมการขนส่งตลอดจนบรรดาที่ดินซึ่งได้เวนคืนไว้แล้วเพื่อการท่าเรือให้แก่การท่าเรือแห่งประเทศไทย (มาตรา 10) และให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยได้รับสิทธิและหน้าที่ต่างๆบรรดาที่กฎหมายให้ไว้แก่สำนักงานท่าเรือกรุงเทพฯในกรมการขนส่ง(มาตรา 15)

           ข. ประกอบและส่งเสริมกิจการท่าเรือเพื่อประโยชน์แห่งรัฐและประชาชน

           ค. ดำเนินกิจการอื่นที่เกี่ยวกับหรือต่อเนื่องกับการประกอบกิจการท่าเรือ

           "การท่าเรือแห่งประเทศไทย" เรียกโดยย่อว่า "กทท." และให้ใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า "PORT AUTHORITY OF THAILAND" เรียกโดยย่อว่า "PAT" และสถานะเป็นนิติบุคคล (มาตรา 7)

           การท่าเรือแห่งประเทศไทยมีอำนาจที่จะกระทำการต่างๆภายในขอบแห่งวัตถุประสงค์ตามที่ระบุไว้ในมาตรา6และอำนาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง(มาตรา 9)

           1) สร้างซื้อจัดหาจำหน่ายเช่าให้เช่าและดำเนินงานเกี่ยวกับเครื่องใช้บริการและความสะดวกต่างๆของกิจการท่าเรือ

           2) ซื้อจัดหาเช่าให้เช่าถือกรรมสิทธิ์ครอบครองจำหน่ายหรือดำเนินงานเกี่ยวกับสังหาริมทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์

           3) กำหนดอัตราค่าภาระการใช้ท่าเรือบริการและความสะดวกต่างๆของกิจการท่าเรือและออกระเบียบเกี่ยวกับวิธีชำระค่าภาระดังกล่าว

           4) จัดระเบียบว่าด้วยความปลอดภัยการใช้ท่าเรือบริการและความสะดวกต่างๆของกิจการท่าเรือ

           5) กู้ยืมเงิน

           6) ขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำภายในอาณาบริเวณ

           7) ควบคุมปรับปรุงและให้ความสะดวกและความปลอดภัยแก่กิจการท่าเรือและการเดินเรือภายในอาณาบริเวณ

           8) กำหนดอัตราค่าภาระต่างๆภายในอาณาบริเวณ

           9) ออกพันธบัตรหรือตราสารอื่นใดเพื่อการลงทุน

           10) จัดตั้งบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดเพื่อประกอบกิจการท่าเรือ และกิจการอื่นภายในขอบแห่งวัตถุประสงค์ของการท่าเรือแห่งประเทศไทยทั้งนี้บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดดังกล่าวจะมีคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวถือหุ้นเกินกว่าร้อยละสี่สิบเก้าของทุนจดทะเบียนของบริษัทนั้นไม่ได้

           11) เข้าร่วมกิจการกับบุคคลอื่นหรือถือหุ้นในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดเพื่อประโยชน์แก่กิจการของการท่าเรือแห่งประเทศไทย

        2. ให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยตั้งสำนักงานใหญ่ในจังหวัดพระนครและจะตั้งสาขาหรือตัวแทนขึ้นณที่อื่นใดในราชอาณาจักรก็ได้และจะตั้งสาขาหรือตัวแทนขึ้นณ ต่างประเทศในเมื่อได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีก็ได้(มาตรา 8)

        3. อาณาบริเวณ ให้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาและให้มีแผนที่แสดงอาณาบริเวณท้ายพระราชกฤษฎีกานั้นด้วยแผนที่นั้นให้ถือว่าเป็นส่วนแห่งพระราชกฤษฎีกา(มาตรา 8 ทวิ)

        4. ที่ดินซึ่งการท่าเรือแห่งประเทศไทยได้มาด้วยอำนาจแห่งพระราชบัญญัตินี้หรือบทกฎหมายอื่นจะโอนต่อไปมิได้เว้นแต่อาศัยอำนาจแห่งบทกฎหมายเฉพาะ (มาตรา 11)

        5. ทุนประเดิมของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (มาตรา 13)ให้ประกอบด้วย

           1) สินทรัพย์ที่รับโอนมาเมื่อได้หักหนี้สินตามมาตรา10ออกแล้ว

           2) เงินที่การท่าเรือแห่งประเทศไทยได้รับตามมาตรา 12 ได้แก่ งบประมาณรายจ่ายวิสามัญลงทุนประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2494ประเภทการบำรุงการขนส่งเป็นจำนวน3,000,000 บาทกับงบประมาณส่วนที่เกี่ยวกับการขุดสันดอนการก่อสร้างและค่าซื้อสิ่งของให้แก่การท่าเรือแห่งประเทศไทยส่วนงบประมาณรายจ่ายในส่วนที่เกี่ยวกับการขุดสันดอนการก่อสร้างและค่าซื้อสิ่งของนั้นให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยใช้จ่ายตามรายการที่ปรากฏในงบประมาณ

           ให้การท่าเรือแห่งประเทศไทย มีเงินสำรองประกอบด้วยเงินสำรองเผื่อขาดและเงินสำรองอื่นๆเพื่อความประสงค์แต่ละอย่างโดยเฉพาะเช่นค่าเสื่อมราคาและค่าทำให้ดีขึ้นเป็นต้นตามแต่คณะกรรมการจะเห็นสมควร (มาตรา 18)

           นอกจากนี้ ให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยเปิดบัญชีเงินฝากไว้กับธนาคารตามระเบียบของคณะกรรมการซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (มาตรา 19)

        6.ทรัพย์สินของการท่าเรือแห่งประเทศไทยย่อมไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี (มาตรา 14)

        7. ให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยได้รับการยกเว้นจากการเสียภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรและให้ได้รับการยกเว้นจากการเสียภาษีอากรหรือค่าธรรมเนียมใดๆ ตามกฎหมายอื่นบรรดาที่เรียกเก็บสำหรับอาคารและที่ดินของการท่าเรือแห่งประเทศไทยนอกจากอาคารและที่ดินที่ให้เช่า(มาตรา 17) และให้ได้รับการยกเว้นจากการเสียค่าธรรมเนียมตามกฎหมายว่าด้วยการศุลกากร (มาตรา 17 ทวิ) นอกจากนี้ อสังหาริมทรัพย์ของการท่าเรือแห่งประเทศไทยไม่ว่าจะได้ให้เช่าก่อนหรือหลังวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเมื่อจะต้องการใช้ในกิจการของการท่าเรือแห่งประเทศไทยให้ได้รับการยกเว้นไม่อยู่ในบังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน (มาตรา 17 ตรี)

การกำกับ ควบคุม และจัดการ

        1. ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมปรับปรุงและให้ความสะดวกและความปลอดภัยแก่กิจการท่าเรือและการเดินเรือภายในอาณาบริเวณและการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้กฎกระทรวงนั้นเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ (มาตรา 5)

        2. ให้รัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่กำกับโดยทั่วไปซึ่งกิจการของการท่าเรือแห่งประเทศไทยเพื่อประโยชน์ในการนี้จะสั่งให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยชี้แจงข้อเท็จจริงแสดงความคิดเห็นหรือทำรายงานหรือยับยั้งการกระทำใดๆซึ่งขัดต่อนโยบายของรัฐบาลหรือมติของคณะรัฐมนตรีตลอดจนมีอำนาจที่จะสั่งสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการดำเนินงานได้ (มาตรา 20)

        3. ในกรณีที่การท่าเรือแห่งประเทศไทยหรือคณะกรรมการจะต้องเสนอเรื่องไปยังคณะรัฐมนตรีให้นำเรื่องเสนอรัฐมนตรีเพื่อเสนอต่อไปยังคณะรัฐมนตรี (มาตรา 21)

        4. คณะกรรมการของการท่าเรือแห่งประเทศไทย

           ก. องค์ประกอบคณะกรรมการฯ(มาตรา 22) ประกอบด้วยประธานกรรมการ 1 คนกรรมการอื่นไม่น้อยกว่า 6 คนแต่ไม่เกิน 10 คนซึ่งอย่างน้อยจะต้องเป็นผู้มีความรู้และจัดเจนเกี่ยวกับการท่าเรือ 1 คนและเกี่ยวกับการเศรษฐกิจหรือการคลัง 1 คนให้คณะรัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการคณะรัฐมนตรีจะแต่งตั้งผู้อำนวยการเป็นกรรมการด้วยก็ได้

           ข. อำนาจหน้าที่ คือวางนโยบายและควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการของการท่าเรือแห่งประเทศไทยทั้งนี้ ให้คณะกรรมการเป็นผู้แทนการท่าเรือแห่งประเทศไทยในส่วนที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอกแต่คณะกรรมการจะมอบหมายให้ผู้อำนวยการหรือพนักงานอื่นใดเป็นผู้แทนแทนก็ได้ (มาตรา 24)

           ค. คุณสมบัติของประธานกรรมการ กรรมการ และผู้อำนวยการ (มาตรา 23) คือ จะต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยและมีความรู้และจัดเจนเกี่ยวกับการท่าเรือการขนส่งการเดินเรือพาณิชยกรรมการเศรษฐกิจหรือการเงิน และจะต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม (มาตรา 25) ดังนี้

              1) มีส่วนได้เสียในสัญญากับการท่าเรือแห่งประเทศไทยหรือในกิจการที่กระทำให้แก่การท่าเรือแห่งประเทศไทยทั้งนี้ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยทางอ้อมเว้นแต่จะเป็นเพียงผู้ถือหุ้นของบริษัทที่กระทำการอันมีส่วนได้เสียเช่นว่านั้น

              2) เป็นพนักงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทย

              3) เป็นข้าราชการการเมือง

           ง. วาระกรรมการ โดยให้ประธานกรรมการและกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งดำรงตำแหน่ง 4 ปี แต่สำหรับกรรมการนั้นในวาระเริ่มแรกเมื่อครบกำหนด 2 ปีให้ออกจากตำแหน่งกึ่งหนึ่งโดยวิธีจับสลากถ้าจำนวนกรรมการจะแบ่งออกให้ตรงเป็นกึ่งหนึ่งไม่ได้ก็ให้ออกโดยจำนวนใกล้ที่สุดกับกึ่งหนึ่ง กรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระจะแต่งตั้งให้เป็นกรรมการอีกก็ได้ (มาตรา 26)

           จ. การพ้นตำแหน่งของกรรมการ

             - พ้นตามวาระ (มาตรา 26)

             - พ้นก่อนถึงวาระ (มาตรา 27) ดังต่อไปนี้

              1) ตาย

              2) ลาออก

              3) คณะรัฐมนตรีให้ออก

              4) มีลักษณะต้องตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา25

                 ในกรณีที่มีการพ้นจากตำแหน่งก่อนถึงวาระให้มีการแต่งตั้งกรรมการเข้าแทนกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งเข้าแทนนี้ย่อมอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทน

           ฉ. อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ (มาตรา 29) ดังนี้

              1) กระทำกิจการและวางข้อบังคับและระเบียบการตามที่ระบุไว้ในมาตรา9อำนาจหน้าที่ตามที่บัญญัตินี้ถ้าคณะกรรมการเห็นสมควรจะมอบหมายให้ผู้อำนวยการดำเนินการก็ได้

              2) แต่งตั้งถอดถอนกำหนดเลื่อนขั้นหรือลดขั้นอัตราเงินเดือนที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและหัวหน้าฝ่ายต่างๆซึ่งกระทำหน้าที่ช่วยผู้อำนวยการและกำหนดอัตราเงินเดือนของพนักงานอื่นของการท่าเรือแห่งประเทศไทย

              3) วางข้อบังคับการประชุมและการดำเนินกิจการของคณะกรรมการ

              4) วางข้อบังคับกำหนดระเบียบปฏิบัติงานและระเบียบวินัยและการลงโทษพนักงานการท่าเรือแห่งประเทศไทยและกรณีอื่นทำนองเดียวกัน

              5) กำหนดอัตราค่าภาระต่างๆภายในอาณาบริเวณอัตราค่าภาระการใช้ท่าเรือบริการและความสะดวกต่างๆของการท่าเรือแห่งประเทศไทยแต่ต้องอยู่ภายในอัตราขั้นสูงและขั้นต่ำที่คณะรัฐมนตรีกำหนด การเปลี่ยนแปลงอัตราค่าภาระจะต้องประกาศให้ประชาชนทราบล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน

              6) ให้คณะกรรมการทำรายงานปีละครั้งเสนอรัฐมนตรีรายงานนี้ให้กล่าวถึงผลงานในปีที่ล่วงแล้วของการท่าเรือแห่งประเทศไทยและให้มีคำชี้แจงเกี่ยวกับนโยบายของคณะกรรมการโครงการและแผนงานที่จะจัดทำในภายหน้า (มาตรา 40)

           ช. ผู้อำนวยการ

              1) ให้คณะกรรมการแต่งตั้งผู้อำนวยการด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีในการนี้จะแต่งตั้งกรรมการเป็นผู้อำนวยการก็ได้ให้ผู้อำนวยการได้รับเงินเดือนตามที่คณะกรรมการกำหนดด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีและให้อยู่ในตำแหน่งได้โดยไม่มีกำหนดเวลาแต่ในกรณีที่บกพร่องต่อหน้าที่หรือหย่อนสมรรถภาพคณะกรรมการจะให้ออกจากตำแหน่งด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีก็ได้ ( มาตรา 30)

              2) ผู้อำนวยการเป็นผู้บริหารการท่าเรือแห่งประเทศไทยให้เป็นไปตามนโยบายที่คณะกรรมการกำหนดและให้มีอำนาจบังคับบัญชาพนักงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทยทุกตำแหน่งผู้อำนวยการต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการในการจัดการและดำเนินงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (มาตรา 31)

              3) ผู้อำนวยการมีอำนาจ (มาตรา 32)

             - แต่งตั้งถอดถอนเลื่อนขั้นหรือลดขั้นอัตราเงินเดือนพนักงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทยนอกจากที่อยู่ในอำนาจของคณะกรรมการตามความในมาตรา29 (2) ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด

             - ออกระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทย

           ซ. ประธานกรรมการกรรมการผู้อำนวยการและพนักงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทยเป็นเจ้าพนักงานตามความหมายแห่งกฎหมายลักษณะอาญา (มาตรา 16)

           ฌ. ผู้อำนวยการหรือพนักงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทยซึ่งมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์แล้วเป็นอันพ้นจากตำแหน่งเมื่อสิ้นปีที่อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์เว้นแต่จะได้มีการต่ออายุการทำงานอีกคราวละ 1 ปีจนอายุครบ 65 ปีบริบูรณ์ วิธีการต่ออายุการทำงานให้เป็นไปตามข้อบังคับของคณะกรรมการการต่ออายุการทำงานของผู้อำนวยการจะต้องได้รับความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีด้วย (มาตรา 31 ทวิ)

           ญ.ประธานกรรมการกรรมการผู้อำนวยการและพนักงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทยอาจได้รับเงินรางวัลตามระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกำหนด (มาตรา 33)

ความสัมพันธ์กับรัฐบาล

        1.ในการดำเนินกิจการของการท่าเรือแห่งประเทศไทยให้คำนึงถึงประโยชน์ของรัฐและประชาชน (มาตรา 34) และในการดำเนินการกิจการบางอย่างจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อนจึงจะดำเนินกิจการดังต่อไปนี้ได้ (มาตรา 35) ดังนี้

              1) สร้างท่าเรือขึ้นใหม่

              2) เลิกกิจการในท่าเรือซึ่งเปิดดำเนินการแล้ว

              3) เพิ่มหรือลดทุน

              4) กู้ยืมเงิน

              5) จำหน่ายอสังหาริมทรัพย์

              6) จัดตั้งบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดเพื่อประกอบกิจการท่าเรือและกิจการอื่นภายในขอบแห่งวัตถุประสงค์ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย

              7) เข้าร่วมกิจการกับบุคคลอื่นหรือถือหุ้นในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดเพื่อประโยชน์แก่กิจการของการท่าเรือแห่งประเทศไทย

        2. การท่าเรือแห่งประเทศไทยจะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีก่อนจึงจะวางข้อบังคับกำหนดระเบียบปฏิบัติงานและระเบียบวินัยและการลงโทษพนักงานการท่าเรือแห่งประเทศไทยและกรณีอื่นทำนองเดียวกันได้ (มาตรา 36)

        นอกจากนี้ การท่าเรือแห่งประเทศไทยจะต้องไม่วางระเบียบว่าด้วยการใช้ประโยชน์แห่งบริการและความสะดวกต่างๆตลอดจนการกำหนดค่าภาระในการใช้ประโยชน์และความสะดวกเช่นว่านั้นซึ่งจะเป็นการขัดกับนโยบายทั่วไปของรัฐบาลในการเศรษฐกิจและการคลังตามที่รัฐมนตรีแจ้งให้คณะกรรมการทราบ(มาตรา 38)

        3. งบประมาณการท่าเรือ

              1) การท่าเรือแห่งประเทศไทยจัดทำงบประมาณประจำปีแยกเป็นงบลงทุนและงบทำการสำหรับงบลงทุนนั้นให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาและให้ความเห็นชอบส่วนงบทำการนั้นให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ (มาตรา 38)

              2) รายได้ที่การท่าเรือแห่งประเทศไทยได้รับจากการดำเนินงานให้ตกเป็นของการท่าเรือแห่งประเทศไทยสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆรายได้ที่ได้รับนั้นในปีหนึ่งๆเมื่อได้หักค่าใช้จ่ายสำหรับดำเนินงานค่าภาระต่างๆที่เหมาะสมเช่นค่าบำรุงรักษาค่าเสื่อมราคาเงินรางวัลและเงินสมทบกองทุนสำหรับจ่ายสงเคราะห์พนักงานเงินสำรองธรรมดาเงินสำรองขยายงานและเงินลงทุนตามที่ได้รับความเห็นชอบตามความในมาตรา38แล้วเหลือเท่าใดให้นำส่งเป็นรายได้ของรัฐแต่ถ้ารายได้มีจำนวนไม่เพียงพอสำหรับรายจ่ายดังกล่าวนอกจากเงินสำรองธรรมดาและเงินสำรองขยายงานแล้วและการท่าเรือแห่งประเทศไทยไม่สามารถหาเงินจากทางอื่นให้รัฐจ่ายเงินให้แก่การท่าเรือแห่งประเทศไทยเท่าจำนวนที่ขาด (มาตรา 39)

การร้องทุกข์และการสงเคราะห์

        1. พนักงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทยมีสิทธิร้องทุกข์เกี่ยวแก่การลงโทษได้ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด (มาตรา 41)

        2. ให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยจัดให้มีกองทุนสำหรับจ่ายสงเคราะห์พนักงานในเวลาพ้นจากตำแหน่งประสบอุบัติเหตุเจ็บป่วยหรืออื่นๆอัตราเงินสมทบกองทุนซึ่งการท่าเรือแห่งประเทศไทยและพนักงานจะพึงจ่ายประเภทของพนักงานที่จะพึงได้รับสงเคราะห์จากกองทุนตลอดจนการจัดการเกี่ยวกับกองทุนนั้นให้เป็นไปตามข้อบังคับซึ่งคณะกรรมการกำหนดโดยให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีเมื่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแล้วให้ใช้บังคับได้ (มาตรา 42)

การบัญชี การสอบ และการตรวจ

        1. การท่าเรือแห่งประเทศไทยวางและถือไว้ซึ่งระบบการบัญชีอันถูกต้องแยกตามประเภทงานส่วนที่สำคัญมีการสอบบัญชีภายในเป็นประจำและมีสมุดบัญชีลงรายการ

              1) การรับและจ่ายเงิน

               2) สินทรัพย์และหนี้สิน

              ซึ่งแสดงการงานที่เป็นอยู่ตามจริงและตามที่ควรตามประเภทงานพร้อมด้วยข้อความอันเป็นเหตุที่มาของรายการนั้นๆ (มาตรา 43)

        2. ผู้สอบบัญชี

           ก. การแต่งตั้งผู้สอบบัญชี โดยให้คณะกรรมการตั้งผู้สอบบัญชีคนหนึ่งหรือหลายคนเพื่อสอบและรับรองบัญชีของการท่าเรือแห่งประเทศไทยทุกปี ทั้งนี้ ห้ามมิให้ตั้งประธานกรรมการกรรมการผู้อำนวยการผู้อื่นซึ่งเป็นตัวแทนของการท่าเรือแห่งประเทศไทยพนักงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทยหรือบุคคลผู้มีส่วนได้เสียในการงานที่การท่าเรือแห่งประเทศไทยจัดทำเป็นผู้สอบบัญชี (มาตรา 44)

           ข. หน้าที่ของผู้สอบบัญชี มีดังนี้

              1) ตรวจสอบสรรพสมุดบัญชีและเอกสารหลักฐานของการท่าเรือแห่งประเทศไทยในเวลาอันสมควรได้ทุกเมื่อและเพื่อการสอบบัญชีให้มีอำนาจไต่ถามสอบสวนประธานกรรมการกรรมการผู้อำนวยการผู้อื่นซึ่งเป็นตัวแทนของการท่าเรือแห่งประเทศไทยหรือพนักงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทยได้ (มาตรา 45)

              2) รายงานการตรวจสอบบัญชี (มาตรา 46)ประกอบด้วย ข้อความคำชี้แจงอันควรแก่การสอบบัญชีที่ได้รับ และความสมบูรณ์ของสมุดบัญชีที่การท่าเรือแห่งประเทศไทยรักษาอยู่ และต้องแถลงด้วยว่า

                 - งบดุลและบัญชีซึ่งตรวจสอบนั้นถูกต้องตรงกับสมุดบัญชีเพียงไรหรือไม่

                 - งบดุลและบัญชีซึ่งตรวจสอบนั้นแสดงการงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทยที่เป็นอยู่ตามจริงและตามที่ควรตามข้อความคำชี้แจงและความรู้ของผู้สอบบัญชีเพียงไรหรือไม่

              3) ให้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้ตรวจบัญชีของการท่าเรือแห่งประเทศไทยในเมื่อรัฐมนตรีร้องขอ (มาตรา 47)

              4) ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันหลังจากวันสิ้นปีบัญชีการท่าเรือแห่งประเทศไทยจะต้องโฆษณารายงานประจำปีแสดงบัญชีงบดุลบัญชีทำการและบัญชีกำไรขาดทุนเพียงสิ้นปีพร้อมกับรายงานของผู้สอบบัญชีที่คณะกรรมการตั้งขึ้น (มาตรา 48)

บทกำหนดโทษ

        ในกรณีที่มีผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมปรับปรุงและให้ความสะดวกและความปลอดภัยแก่กิจการท่าเรือและการเดินเรือภายในอาณาบริเวณมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท(มาตรา 49) ทั้งนี้ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจเปรียบเทียบได้ (มาตรา 50)



1การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.)เป็นรัฐวิสาหกิจสาธารณูปการในสังกัดกระทรวงคมนาคมก่อตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทยพุทธศักราช 2494 มีวัตถุประสงค์ เพื่อจัดดำเนินการและนำมาซึ่งความเจริญของกิจการท่าเรือเพื่อประโยชน์แห่งรัฐและประชาชน ปัจจุบันการท่าเรือแห่งประเทศไทยรับผิดชอบบริหารท่าเรือที่สำคัญ ได้แก่ ท่าเรือกรุงเทพท่าเรือแหลมฉบังท่าเรือเชียงแสน ท่าเรือเชียงของ และท่าเรือระนองการท่าเรือแห่งประเทศไทย. ประวัติความเป็นมา[สายตรง]. แหล่งที่มา :http://www.port.co.th/ [24 กันยายน 2554]

2ราชกิจจานุเบกษา เล่ม73 ตอนที่ 72 วันที่ 11กันยายน พ.ศ.2499หน้า 988

3ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 76 ตอนที่ 62 ฉบับพิเศษวันที่ 12มิถุนายนพ.ศ. 2502หน้า1

4 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม90 ตอนที่ 154 ฉบับพิเศษวันที่ 29พฤศจิกายนพ.ศ.2516หน้า 1

5 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม116 ตอนที่ 111ก วันที่ 29พฤศจิกายนพ.ศ. 2543หน้า 1

6 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม68 ตอนที่ 30 ฉบับพิเศษวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2494 หน้า 1


ท่านคือผู้เข้าชมคนที่

สงวนลิขสิทธิ์ สถาบันการขนส่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ชั้น 6 อาคารประชาธิปก-รำไพพรรณี ถนนพญาไท ปทุมวัน กรุงเทพ ฯ 10330 Email : tri@chula.ac.th