เรือและกฎข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับเรือไทย

จัดทำข้อมูลโดย : สุนันทา เจริญปัญญายิ่ง

ความหมายของคำว่า "เรือ"

        เรือ เป็นยานพาหนะทางน้ำประเภทหนึ่ง มีกฎหมายหลายฉบับให้คำจำกัดความของเรือไว้แตกต่างกันไปบ้าง ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการออกกฎหมายฉบับนั้น ๆ การให้คำนิยามของ "เรือ" มีดังนี้

        พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456

        "เรือ" หมายถึง ยานพาหนะทางน้ำทุกชนิด ไม่ว่าจะใช้เพื่อบรรทุกลำเลียงโดยสาร ลาก จูง ดัน ยก ขุดหรือลอก รวมทั้งยานพาหนะอย่างอื่นที่สามารถใช้ในน้ำได้ทำนองเดียวกัน "เรือเดินทะเล" หรือ "เรือทะเล" หมายถึง เรือที่มีลักษณะสำหรับใช้ในทะเล ตามกฎข้อบังคับสำหรับการตรวจเรือ และยังให้ความหมายของเรืออีกหลายประเภท ได้แก่ เรือกำปั่น เรือกำปั่นไฟหรือเรือกลไฟ เรือกำปั่นยนต์หรือเรือยนต์ เรือกำปั่นใบหรือเรือใบ เรือกล เรือกลไฟเล็ก เรือเดินทะเลหรือเรือทะเล เรือเล็ก เรือโป๊ะหรือเรือโป๊ะจ้าย เรือเป็ดทะเลและอื่น ๆ เรือลำเลียง เรือลำเลียงทหาร เรือโดยสาร เรือสินค้า เรือประมง เรือสำราญและกีฬา เรือไม้ที่ต่อแบบโบราณ1

        พระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ. 2481

        "เรือ" หมายถึง ยานพาหนะทางน้ำทุกชนิด จำแนกประเภทของเรือ ออกเป็น เรือกล เรือทะเล เรือลำน้ำ และกำหนดรายละเอียดของการจดทะเบียนเพื่อให้เป็นเรือไทย2

        พระราชบัญญัติส่งเสริมการพาณิชยนาวี พ.ศ. 2521

        "เรือ" หมายถึง เรือเดินทะเลที่ใช้ในการขนส่งทางทะเล และ"เรือไทย" หมายถึง เรือไทยตามกฎหมายว่าด้วยเรือไทยที่ใช้ในการขนส่งทางทะเล3

        พระราชบัญญัติป้องกันเรือโดนกัน พ.ศ. 2522

        "เรือ" หมายความรวมถึง ยานพาหนะทางน้ำทุกชนิดรวมทั้งยานพาหนะทางน้ำชนิดที่ไม่มีระวางขับน้ำ และเครื่องบินทะเลซึ่งใช้หรือสามารถใช้ในการขนส่งทางน้ำได้4

        พระราชบัญญัติการกักเรือ พ.ศ. 2534

        "เรือ" หมายถึง เรือเดินทะเลที่ใช้ในการขนส่งของหรือคนโดยสารทางทะเลระหว่างประเทศ5

        พระราชบัญญัติการจำนองเรือและบุริมสิทธิทางทะเล พ.ศ.2537

        "เรือ" หมายถึง เรือขนาดตั้งแต่หกสิบตันกรอสขึ้นไปที่เดินด้วยเครื่องจักรกลไม่ว่าจะใช้กำลังอื่นด้วยหรือไม่ก็ตาม และเป็นเรือที่มีลักษณะสำหรับใช้ในทะเลตามกฎข้อบังคับการตรวจเรือที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทย6

        พระราชบัญญัติการเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปจากภยันตรายในการเดินเรือ พ.ศ. 2547

        "เรือ" หมายถึง เรือที่มีลักษณะสำหรับใช้ในทะเล7

        พระราชบัญญัติความรับผิดทางแพ่งและค่าเสียหายจากเรือโดนกัน พ.ศ. 2548

        "เรือ" หมายถึง ยานพาหนะทางน้ำทุกชนิด "เรือเดินทะเล" หมายความว่า เรือที่มีลักษณะสำหรับใช้ในทะเลตามกฎข้อบังคับสำหรับการตรวจเรือตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทย8

        พระราชบัญญัติการช่วยเหลือกู้ภัยทางทะเล พ.ศ. 2550

        "เรือ" หมายถึง ยานพาหนะทางน้ำทุกชนิด "เรือเดินทะเล" หมายความว่า เรือที่มีลักษณะสำหรับใช้ในทะเล ตามกฎข้อบังคับสำหรับการตรวจเรือตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทย9

        ดังนี้ เรือจัดเป็นยานพาหนะทางน้ำ แบ่งออกได้เป็นหลายประเภท หากได้เพิ่มข้อกำหนดโดยเฉพาะให้แก่เรือเดินทะเล ที่ต้องอยู่ภายใต้กฎข้อบังคับสำหรับการตรวจเรือ เรือเดินทะเลจะต้องมีมาตรฐานทั้งในด้านการต่อเรือให้มีความแข็งแรง และการติดตั้งเครื่องมือเครื่องใช้ ต่าง ๆ ในเรือ ทั้งนี้เพราะเรือเดินทะเลอาจประสบเหตุให้เกิดภัยอยู่มากมาย เช่น ภัยจากธรรมชาติ ภัยจากการเดินเรือ ภัยจากตัวเรือ หรือภัยจากสินค้า เป็นต้น เพื่อความปลอดภัยของเรือ และความคงทนต่อทะเล เพื่อให้เรืออยู่ในสภาพที่สามารถเดินทะเลได้อย่างปลอดภัย

การตั้งชื่อ "เรือไทย"

        ชื่อเรือมีความสำคัญและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเช่นเดียวกับชื่อบุคคล การตั้งชื่อเรือแบ่งเป็น

        - การตั้งชื่อเรือเอกชนทั่วไป เรือไม่ว่าจะมีสัญชาติใด จะมีการตั้งชื่อเรือเฉพาะเรือลำนั้น ๆ10 เช่น เรือในกลุ่มบริษัท จุฑานาวี11 ได้แก่ จุฑาวาสนา จุฑาพุทธชาด จุฑาปัทมา จุฑาธรรมรักษา เรือในกลุ่มบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน)12 ได้แก่ อภิสรานารี ชลลดานารี พลอยไพลินนารี เรือในกลุ่ม M.S. SERVICE CO.,LTD ได้แก่ เอ็ม เอส จันทบุรี เอ็ม เอส ชูมพร เอ็ม เอส ระยอง เป็นต้น ได้มีบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับชื่อเรือไทย 2 ฉบับ คือ

        - พระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ. 2481 กำหนดให้สมุดทะเบียนเรือไทยต้องมีรายละเอียด ชื่อเรือ ชื่อเมืองท่าที่เรือนั้นจดทะเบียน และชื่อผู้ควบคุมเรือ ประเภทของเรือ ชื่ออู่และชื่อเจ้าของอู่ที่ต่อเรือนั้น รายการตรวจเรือ รายการแสดงการได้กรรมสิทธิ์ตามที่ปรากฏในคำรับรอง ชื่อ ที่อยู่ และอาชีพการงานของผู้ที่ลงทะเบียนเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์13 เป็นต้น

        นอกจากนี้ เรือไทยที่ได้จดทะเบียนแล้วจะใช้ชื่ออย่างอื่นให้ผิดไปจากที่ได้จดทะเบียนไว้ไม่ได้ หากต้องการจะเปลี่ยนชื่อเรือไทย จะทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีกรมเจ้าท่าเท่านั้น14

        - พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 245615 กำหนดข้อห้าม มิให้เรือลำใดเอาชื่อของเรือลำอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วมาใช้ ถ้าหากเรือลำใดมีชื่อพ้องกันกับเรือลำอื่น กรมเจ้าท่าจะต้องขอให้ผู้ที่ยื่นเรื่องราวขอรับใบอนุญาตนั้นเปลี่ยนชื่อเรือเป็นอย่างอื่น และให้ยับยั้งการออกใบอนุญาตไว้จนกว่าจะได้เปลี่ยนชื่อเรือนั้น

        นอกจากนี้ เรือทุกลำต้องมีชื่อเรือเป็นอักษรไทยและอักษรฝรั่งเขียนหรือติดไว้ในที่เด่นและเห็นได้ง่ายที่หัวเรือทั้งสองแคม ถ้าเป็นเรือเดินทะเลต้องเขียนหรือติดชื่อเรือและชื่อเมืองที่ได้จดทะเบียนเรือนั้นไว้ที่ท้ายเรือด้วย ถ้าเป็นเรือไม่มีชื่อต้องเขียนหรือติดเลขลำดับของใบอนุญาตสำหรับเรือเป็นเลขไทยและเลขฝรั่งไว้ที่หัวเรือทั้งสองแคม และห้ามมิให้เอาสิ่งใดปิดบังชื่อหรือเลขที่ว่านี้เป็นอันขาด

        การตั้งชื่อเรือรบไทย มีหลักปฏิบัติในการตั้งชื่อเรือตามหลักเกณฑ์ของกองทัพเรือ และได้กำหนดหลักการสำคัญไว้ดังนี้16

        o เรือพิฆาต ตั้งตามชื่อตัว ชื่อบรรดาศักดิ์ หรือชื่อสกุลของบุคคลที่เป็นวีรบุรุษแห่งชาติ เช่น ร.ล.ปิ่นเกล้า

        o เรือฟริเกต ตั้งตามชื่อแม่น้ำสายสำคัญ เช่น ร.ล.คีรีรัฐ ร.ล.ตาปี

        o เรือคอร์เวต ตั้งตามชื่อเมืองหลวง หรือเมืองสำคัญในประวัติศาสตร์ เช่น ร.ล.สุโขทัย ร.ล.รัตนโกสินทร์

        o เรือเร็วโจมตี (อาวุธปล่อยนำวิถี) ตั้งตามชื่อเรือรบในทะเลสมัยโบราณที่มีความเหมาะสมแก่หน้าที่ของเรือนั้นๆ เช่น ร.ล.ราชฤทธิ์ ร.ล.วิทยาคม

        o เรือเร็วโจมตี (ปืน) เรือเร็วโจมตี (ตอร์ปิโด) ตั้งตามชื่อจังหวัดชายทะเล เช่น ร.ล.ชลบุรี ร.ล.สงขลา ร.ล.ภูเก็ต

        o เรือดำน้ำ ตั้งตามชื่อผู้มีอิทธิฤทธิ์ในนิยายหรือวรรณคดีเกี่ยวกับการดำน้ำ เช่น ร.ล.มัจฉานุ

        o เรือทุ่นระเบิด ตั้งตามชื่อสมรภูมิรบที่สำคัญ เช่น ร.ล.บางระจัน ร.ล.หนองสาหร่าย

        o เรือยกพลขึ้นบก เรือลำเลียง เรือลากจูง ตั้งตามชื่อเกาะ เช่น ร.ล. อ่างทอง ร.ล.สิมิลัน

        o เรือตรวจการณ์ปืน ตั้งชื่อตามอำเภอชายทะเล เช่น ร.ล.หัวหิน ร.ล.แกลง

        o เรือตรวจการณ์ปราบเรือดำน้ำ ตั้งชื่อตามเรือรบตามลำน้ำในสมัยโบราณ ที่มีความเหมาะสมแก่ หน้าที่ของเรือนั้นๆ เช่น ร.ล.พาลี ร.ล.คำรณสินธุ

        o เรือสำรวจ ตั้งชื่อตามดาวสำคัญ เช่น ร.ล.จันทร ร.ล.ศุกร์



1มาตรา 3 พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456

2มาตรา 5 และมาตรา 8 พระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ.2481

3มาตรา 4 พระราชบัญญัติส่งเสริมการพาณิชยนาวี พ.ศ. 2521

4มาตรา 4 พระราชบัญญัติป้องกันเรือโดนกัน พ.ศ. 2522

5มาตรา 3 พระราชบัญญัติกักเรือ พ.ศ.2534

6มาตรา 4 พระราชบัญญัติการจำนองเรือและบุริมสิทธิทางทะเล พ.ศ.2537

7มาตรา 3 พระราชบัญญัติการเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปจากภยันตรายในการเดินเรือ พ.ศ. 2547

8มาตรา 4 พระราชบัญญัติความรับผิดทางแพ่งและค่าเสียหายจากเรือโดนกัน พ.ศ. 2548

9มาตรา 4 พระราชบัญญัติการช่วยเหลือกู้ภัยทางทะเล พ.ศ. 2550

10The M.S. Service Co [สายตรง]. แหล่งที่มา : http://www.msservicethai.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=297276 [20 มกราคม 2554]

11บริษัท จุฑานาวี จำกัด ( มหาชน ) [สายตรง]. แหล่งที่มา : http://www.jutha.co.th/th/vessel01.asp [20 มกราคม 2554]

12บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) กองเรือ [สายตรง]. แหล่งที่มา : http://www.preciousshipping.com/OurShips/FleetList/tabid/238/Default.aspx [20 มกราคม 2554]

13มาตรา 14 พระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ.2481

14มาตรา 38 พระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ.2481

15มาตรา 153 และมาตรา 166 พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456

16ระเบียบกองทัพเรือว่าด้วยการแบ่งชั้นเรือ หมู่เรือ และการตั้งชื่อเรือหลวง พ.ศ. 2527


สงวนลิขสิทธิ์ สถาบันการขนส่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ชั้น 6 อาคารประชาธิปก-รำไพพรรณี ถนนพญาไท ปทุมวัน กรุงเทพ ฯ 10330 Email : tri@chula.ac.th