เรือสัญชาติไทย

จัดทำข้อมูลโดย : สุนันทา เจริญปัญญายิ่ง

        เรือเดินทะเลไทย กำหนดให้มีการชักธงชาติไทยขึ้นและลง ให้ปฏิบัติตามธรรมเนียมประเพณีของชาวเรือ ส่วนเรือเดินในลำน้ำถ้าจะชักธงชาติให้ชักไว้ที่ท้ายเรือ1

ความเป็นมาของธงชาติไทย

การได้มาซึ่งสัญชาติเรือไทย
        เรือที่จะได้รับสัญชาติไทยนั้นได้มาจากการจดทะเบียนเรือตามพระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ. 2481 ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการกำหนดเงื่อนไขและกฎเกณฑ์การจดทะเบียนเรือไทย ไว้ใน การถือกรรมสิทธิ์ในเรือไทย การกำหนดสิทธิและหน้าที่ของเรือไทย และการสงวนสิทธิในการทำการค้าในน่านน้ำไทยไว้ให้แก่เรือไทย เงื่อนไขที่สำคัญ ได้แก่

        ก. คุณสมบัติของผู้ที่สามารถถือกรรมสิทธิ์ในเรือไทย
        1) เรือไทยซึ่งทำการค้าในน่านน้ำไทย3 ผู้ที่จะถือกรรมสิทธิ์ต้องมีสัญชาติไทย หรือห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนที่ผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งหมดเป็นบุคคลธรรมดาซึ่งมีสัญชาติไทย หรือ รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ หรือนิติบุคคลตามกฎหมายไทย

        2) เรือไทยซึ่งใช้ประกอบการขนส่งทางทะเลระหว่างประเทศโดยเฉพาะ และไม่ทำการค้าในน่านน้ำไทย4 ผู้ถือกรรมสิทธิ์ในเรือไทยต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย ซึ่งกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งมีสัญชาติไทย และมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้

        - เป็นบริษัทจำกัดที่หุ้นอันเป็นทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ดเป็นของบุคคลต่างด้าว และมีข้อบังคับอนุญาตให้ออกใบหุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือ
        - เป็นบริษัทมหาชนจำกัดที่หุ้นอันเป็นทุนชำระแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ดเป็นของบุคคลซึ่งมิใช่คนต่างด้าว

        ข. ประเภทของเรือที่ขอจดทะเบียน
        เรือไทย แบ่งได้ออกเป็น 2 กลุ่ม คือ
        - เรือที่ค้าในน่านน้ำสยาม5 ได้แก่ เรือกล ขนาดตั้งแต่สิบตันกรอสขึ้นไป เรือทะเลที่มิใช่เรือกล ขนาดตั้งแต่ยี่สิบตันกรอสขึ้นไป เรือลำน้ำที่มิใช่เรือกล ขนาดตั้งแต่ห้าสิบตันกรอสขึ้นไป และเรือสำหรับการประมง ได้แก่ เรือกลทุกขนาด และเรือที่มิใช่เรือกลขนาดตั้งแต่หกตันกรอสขึ้นไป
        - เรือไทยของผู้ที่สามารถถือกรรมสิทธิ์ในเรือไทยซึ่งสามารถทำการค้าในน่านน้ำไทย แต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ทำการค้าในน่านน้ำไทย และเรือไทยซึ่งสามารถทำการค้าในน่านน้ำไทยแต่มีขนาดต่ำกว่าที่กฎหมายได้กำหนด ซึ่งไม่ต้องจดทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้6

        ค. ขั้นตอนการจดทะเบียนเรือไทย7 มีดังนี้
        - ยื่นคำแสดงกรรมสิทธิ์ตามแบบพิมพ์ของกรมเจ้าท่า
        - ทำคำรับรองว่าเงื่อนไขในการที่จะถือกรรมสิทธิ์8 และนำพยานหลักฐานมาพิสูจน์คำรับรองนั้น ถ้าผู้ขอเป็นห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัด ต้องนำใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นมาแสดง
        - ยื่นใบรับรองการตรวจเรือ9
        - ยื่นรายการแสดงวัน เดือน ปี และตำบลที่ต่อเรือนั้นเสร็จ เท่าที่จะแสดงได้
        - ถ้าเรือนั้นเดิมเป็นของคนต่างด้าว ให้แจ้งชื่อเรือซึ่งใช้อยู่เดิมนั้นด้วย
        - แสดงชื่อผู้ควบคุมเรือ

        ง. สถานที่ยื่นคำขอจดทะเบียน
        การจดทะเบียนเรือต้องจดทะเบียนต่อนายทะเบียนเรือ10 และเรือลำใดได้จดทะเบียนเป็นเรือไทย ณ เมืองท่าใด เมืองท่านั้นให้เป็นเมืองท่าขึ้นทะเบียนของเรือนั้น11 ให้เรือไทยทุกลำแสดงเครื่องหมายถาวรบนตัวเรือให้เห็นได้อย่างชัดเจน12

        จ. สมุดทะเบียนเรือไทย13 ให้มีรายการที่สำคัญ ได้แก่ ชื่อเรือ ชื่อเมืองท่าที่เรือนั้นจดทะเบียน และชื่อผู้ควบคุมเรือ ประเภทของเรือ ชื่ออู่และชื่อเจ้าของอู่ที่ต่อเรือนั้น รายการตรวจเรือ รายการแสดงการได้กรรมสิทธิ์ตามที่ปรากฏในคำรับรอง ชื่อ ที่อยู่ และอาชีพการงานของผู้ที่ลงทะเบียนเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ อย่างไรก็ตามเมื่อเรือลำใดได้จดทะเบียนเป็นเรือไทยแล้ว เรือลำนั้นก็อาจถูกถอนหรือมีการขอถอนจดทะเบียนเรือหรือเกิดเหตุใดเหตุหนึ่งที่ทำให้การจดทะเบียนเรือสิ้นสุดเช่น เรือไทยได้สูญหาย หรือถูกทำลาย หรืออับปาง ซึ่งอาจทำให้เรือต้องสูญเสียสัญชาติไทยได้เช่นกัน14

        ฉ. สิทธิและหน้าที่ของเรือไทย
        สิทธิของเรือไทย คือ เรือไทยมีสิทธิใช้ธงชาติไทยขณะเรือเข้าหรือออกจากเมืองท่าไทย และเมืองท่าต่างประเทศ เรือไทยจะได้รับสิทธิประโยชน์ เช่น กำหนดให้การขนส่งของทางทะเลระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศ แต่ละประเทศต้องใช้บริการขนส่งโดยเรือไทย15 ในเส้นทางเดินเรือที่มีเรือไทยเดินอยู่และสามารถให้บริการรับขนของได้16 ได้แก่

        (1) ญี่ปุ่น
        (2) สาธารณรัฐเกาหลี
        (3) ไต้หวัน
        (4) เขตบริหารพิเศษฮ่องกง
        (5) สาธารณรัฐสิงคโปร์
        (6) ราชอาณาจักรนอรเว ราชอาณาจักรสวีเดน ราชอาณาจักรฟินแลนด์ ราชอาณาจักร เดนมาร์ก สหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ สาธารณรัฐไอร์แลนด์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ราชอาณาจักรเบลเยี่ยม สาธารณรัฐฝรั่งเศส ราชอาณาจักรสเปน สาธารณรัฐโปรตุเกส และสาธารณรัฐอิตาลี
        (7) สหรัฐอเมริกา
        (8) สาธารณรัฐประชาชนจีน
        (9) สหพันธรัฐมาเลเซีย

        หน้าที่ของเรือไทย คือ การจัดให้มีเอกสารสำคัญประจำเรือ17 ได้แก่ ใบทะเบียนหรือใบทะเบียนชั่วคราว(แล้วแต่กรณี) ใบสำคัญรับรองการตรวจเรือ สัญญาคนประจำเรือ18 สัญญาเช่าเรือ (ถ้ามี) ใบตราส่ง (ถ้ามี) บัญชีสินค้าสำหรับเรือ (ถ้ามี) สมุดปูมเรือ ใบปล่อยเรือและใบอนุญาตออกจากท่า (ถ้ามี) นอกจากนี้ยังมีหน้าที่สำคัญ คือ ผู้ควบคุมเรือหรือเจ้าของเรือไทยห้ามปล่อยทิ้งหรือทำให้สารที่เป็นอันตรายหรือสิ่งใด ๆ ที่มีสารที่เป็นอันตรายปนอยู่พ้นจากเรือลงสู่ทะเลไม่ว่าบริเวณใด ๆ เกินกว่ามาตรฐานที่กำหนด19

กองเรือพาณิชย์ไทย
        ประเทศไทยมีกองเรือพาณิชย์ขนาดเล็ก เมื่อเปรียบเทียบจากข้อมูลการจัดอันดับ ในปี ค.ศ. 2010 UNCTAD20 ได้จัดให้กองเรือพาณิชย์ไทย อยู่ในอันดับที่ 35 ซึ่งมีขนาดกองเรือเล็กกว่าประเทศสมาชิกในอาเซียนหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ (อันดับที่ 10) มาเลเซีย (อันดับที่ 22) อินโดนีเซีย (อันดับที่ 24) และเวียดนาม (อันดับที่ 30)

        ในปี 2550 กองเรือพาณิชย์ไทยมีจำนวน 347 ลำ แยกเป็นเรือบรรทุกสินค้าแห้ง 178 ลำ และเรือบรรทุกสินค้าเหลว จำนวน 169 ลำ มีขนาดระวางระวางบรรทุกเรือรวมเท่ากับ 3,532,459 เดทเวทตัน (ดังแสดงในแผนภูมิที่ 1 และ 2)

ที่มา: สำนักส่งเสริมการขนส่งทางน้ำและการพาณิชยนาวี. กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี ระวางบรรทุกและอัตราการเติบโตของกองเรือพาณิชย์ไทย ปี พ.ศ.2540-2550 ใน http://www.mpb.md.go.th/data/ship40-50.pdf


ที่มา: สำนักส่งเสริมการขนส่งทางน้ำและการพาณิชยนาวี. กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี ระวางบรรทุกและอัตราการเติบโตของกองเรือพาณิชย์ไทย ปี พ.ศ.2540-2550 ใน http://www.mpb.md.go.th/data/ship40-50.pdf

บทส่งท้าย
        กองเรือพาณิชย์ นับได้ว่าเป็นกลไกสำคัญต่อการผลักดันการค้าระหว่างประเทศ เป็นปัจจัยหลักในการบริการขนส่งสินค้าเข้าและออกของประเทศไทย สนับสนุนด้านความมั่นคงของประเทศ การเป็นแหล่งนำเงินตราเข้าประเทศลดการพึ่งพิงการใช้กองเรือต่างประเทศ เมื่อกองเรือไทยเข้มแข็งย่อมส่งผลโดยตรงต่อการการพัฒนาวงจรพาณิชยนาวีทั้งระบบ อีกทั้งเป็นแหล่งการจ้างแรงที่สำคัญของลูกเรือไทยที่สำคัญอีกทางหนึ่งด้วย ถึงแม้ในปัจจุบัน การพัฒนากองเรือพาณิชย์ไทยเองยังมีขนาดเล็กอยู่มากก็ตาม แต่ภาครัฐก็ได้ตระหนักถึงความสำคัญและการพัฒนาส่งเสริมเพื่อให้กองเรือสามารถพัฒนาและเติบโตด้วยการออกมาตรการส่งเสริมอื่น ๆ อย่างมากมาย เพื่อให้กองเรือไทยเข้มแข็งและสามารถขยายประสิทธิภาพได้ดีมากยิ่งขึ้น



1ข้อ 12 (5) (6) ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการใช้ การชัก หรือการแสดงธงชาติ และธงของต่างประเทศในราชอาณาจักร พ.ศ. 2529

2การใช้ธงแดงนี้ มีมาแต่ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แห่งกรุงศรีอยุธยา (พ.ศ. 2199 - พ.ศ. 2231) เรือค้าขายของฝรั่งเศสลำหนึ่งได้เดินทางมากรุงศรีอยุธยา เมื่อมาถึงที่ป้อมวิชัยประสิทธิ์ของไทย เรือฝรั่งเศสก็ชักธงชาติของตัวเองขึ้น ฝ่ายไทยยิงสลุตคำนับตามธรรมเนียม แต่เมื่อฝ่ายไทยชักธงขึ้นตอบบ้าง ฝ่ายฝรั่งเศสกลับไม่ยิงสลุตคำนับตอบ เพราะได้ชักเอาธงชาติฮอลันดา (เนเธอร์แลนด์) ขึ้นเหนือป้อมด้วยเหตุว่าไทยไม่มีธงชาติของตนใช้ (ขณะนั้นฝรั่งเศสกับฮอลันดาเป็นศัตรูกัน) ฝ่ายไทยได้แก้ไขปัญหาโดยชักผ้าสีแดงขึ้นแทนธงชาติฮอลันดา ฝรั่งเศสจึงยอมยิงสลุตคำนับตอบ เหตุการณ์ดังกล่าวจึงถือกันว่าเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ธงชาติไทย ใน วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ธงชาติไทย [สายตรง] แหล่งที่มา: http://th.wikipedia.org/wiki [12 มกราคม 2554]

3มาตรา 7 และมาตรา 47 พระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ.2481

4มาตรา 7 ทวิ พระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ.2481

5มาตรา 8 พระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ.2481

6มาตรา 9 พระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ.2481

7มาตรา 10 พระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ.2481

8มาตรา 7 พระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ.2481

9ใบรับรองการตรวจเรือนี้ ออกโดยพนักงานกรมเจ้าท่า ซึ่งทำหน้าที่ตรวจเรือ โดยการวัดขนาดเรือ ตรวจสภาพความมั่นคงแข็งแรงของตัวเรือ /เครื่องจักร และอื่นๆ ที่จำเป็นต่อเรือ

10มาตรา 6 ประกอบมาตรา 5 (13) พระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ.2481

11มาตรา 15 พระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ.2481

12มาตรา 11 พระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ.2481

13มาตรา 14 พระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ.2481

14มาตรา 22 พระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ.2481

15มาตรา 17 พระราชบัญญัติส่งเสริมพาณิชยนาวี พ.ศ.2521

16ประกาศกระทรวงคมนาคมเรื่อง กำหนดเส้นทางเดินเรือที่ผู้สั่งหรือนำของเข้ามาจากต่างประเทศต้องบรรทุกของนั้นโดยเรือไทย สำหรับกรณีที่ทางราชการองค์การของรัฐ หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจเป็นผู้สั่งหรือนำเข้า ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 126 ตอนพิเศษ 31 ง 25 กุมภาพันธ์ 2552

17มาตรา 49 พระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ.2481

18คนประจำเรือไทยที่ได้จดทะเบียนตามความในมาตรา 7 ซึ่งสามารถทำการค้าในน่านน้ำไทยได้ทุกคนต้องเป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทย สำหรับคนประจำเรือไทยที่ได้จดทะเบียนตามความในมาตรา 7 ทวิ

เพื่อใช้ประกอบการขนส่งทางทะเลระหว่างประเทศโดยเฉพาะต้องมีอัตราส่วนของบุคคลที่มีสัญชาติไทยตามที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา 50 พระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ.2481 19มาตรา 53/2 พระราชบัญญัติเรือไทย พ.ศ.2481

20UNCTAD Review of Maritime Transportation 2010 ใน UNCTAD. [สายตรง] แหล่งที่มา: http://www.unctad.org/en/docs/rmt2010_en.pdf [ มกราคม 2554]


ท่านคือผู้เข้าชมคนที่

สงวนลิขสิทธิ์ สถาบันการขนส่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ชั้น 6 อาคารประชาธิปก-รำไพพรรณี ถนนพญาไท ปทุมวัน กรุงเทพ ฯ 10330 Email : tri@chula.ac.th