ชื่อโครงการ : การศึกษาเปรียบเทียบศักยภาพของท่าเรือในภูมิภาคอินโดจีน
ชื่อนักวิจัย : รองศาสตราจารย์ ดร. อิทธิพล ปานงาม และคณะ
เดือนปีที่เสร็จสิ้นโครงการ : กรกฎาคม 2541

บทคัดย่อ

        งานวิจัยนี้ศึกษาการปฏิบัติงานของท่าเรือที่สินค้าเปลี่ยนถ่ายเรือที่ใหญ่ที่สุดของตะวันออกไกล คือ ท่าเรือฮ่องกง และท่าเรือสิงคโปร์ ท่าเรือ feeder ในประเทศไทย และในประเทศเวียดนาม วัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อศึกษาปริมาณและประเภทของสินค้าที่ส่งผ่านท่าเรือ ศักยภาพความเจริญเติบโตของท่าเรือ และพื้นที่แนวหลังทั้งที่เป็น captive hinterland และ competitive hinterland

        การวิจัยได้ทำการศึกษาภาคสนามท่าเรือทั้งในประเทศ และในต่างประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ ฮ่องกง ฮานอย ไฮฟอง กวางนินห์ ดานัง ไซ่ง่อน วุงเตา ในการเดินทางไปสิงคโปร์ ฮ่องกง และไซ่ง่อน ผู้วิจัยได้เดินทางไปกับเรือตู้สินค้า การสัมภาษณ์ผู้บริหารระดับกลางและระดับสูงของท่าเรือและบริษัทเรือทั้งในประเทศและต่างประเทศ

        การศึกษาพบว่า ท่าเรือที่ทำการรวบรวมและกระจายสินค้า (hub port) ที่ใหญ่ที่สุดทั้งสองแห่งของเอเชีย อยู่ภายใต้ความกดดันให้ต้องทำการขยายวิสัยสามารถในการรับสินค้าอยู่ตลอดเวลาและอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดค่าใช้ของเรือ เรือแม่ที่ขนส่งตู้สินค้าจึงมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งสิงคโปร์และฮ่องกงจึงจำเป็นต้องพัฒนาอุปกรณ์ยกขนและเคลื่อนย้ายสินค้าให้สามารถปฏิบัติงานบรรทุกขนถ่ายตู้สินค้าจากเรือแม่ขนาดใหญ่เหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนมีอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่าร้อยละ 8 มาโดยตลอด ทำให้อุปสงค์ด้านการขนส่งทางทะเลเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่ภูมิภาคเอเชียตะวัน-ออกเฉียงใต้เศรษฐกิจกลับหดตัวลงตั้งแต่ปี 1997 ก่อให้เกิดความไม่สมดุลในความต้องการด้านตู้สินค้า

        ท่าเรือของเวียดนามอยู่ในสภาพที่ล้าหลัง รัฐบาลส่งเสริมให้ต่างประเทศเข้าไปลงทุนในโครงการพัฒนาท่าเรือ นอกจากนี้ท่าเรือทุกแห่งยกเว้นดานังและวุงเตา เป็นท่าเรือแม่น้ำซึ่งต้องทำการขุดลอกเป็นประจำ และต้องมีการพัฒนาการขนส่งภายในประเทศทั้งทางถนนและรถไฟไปพร้อม ๆ กับการพัฒนาท่าเรือ อุปสรรคที่สำคัญ คือ การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำและปากแม่น้ำขนาดใหญ่จำนวนมาก สะพานแต่ละแห่งต้องใช้งบประมาณมหาศาล ความต้องการใช้ท่าเรือทางตอนใต้ของประเทศมีมากกว่าทางตอนเหนือ สำหรับท่าเรือดานังซึ่งอยู่ตอนกลางของประเทศปัจจุบันความต้องการภายในประเทศมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เวียดนามตั้งเป้าหมายที่จะให้ท่าเรือแห่งนี้ให้บริการปริมณฑลที่อยู่ใกล้กับท่าเรือ โดยเชื่อมต่อทางเหนือของประเทศด้วยรถไฟ และเชื่อมต่อประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและประเทศไทยด้วยถนนหมายเลข 9 ของลาว

        ทั้งประเทศไทยและประเทศเวียดนามต่างมุ่งหมายให้ประเทศจีนขนส่งสินค้าผ่านท่าเรือของตน ดังนั้น การแข่งขันระหว่างท่าเรือของทั้งสองประเทศในอนาคตจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะได้เปรียบในแง่ที่มีระบบโครงข่ายถนนที่ดีกว่า แต่ประเทศไทยยังจะต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเมียนม่าร์และลาว เพื่อให้ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่สินค้าจากมณฑลตะวันออกเฉียงใต้ของจีนมายังท่าเรือไทย ซึ่งจำเป็นต้องขนส่งผ่านประเทศทั้งสอง


Project Title : Comparative Study in Potential of the Ports in Indochina
Investigator : Associate Professor Dr. Ittiphol Pan-ngum and others
Month and Year : July 1998

Abstract

        This study was conducted into the operation of large transshipment ports in the Far East, e.g. Ports of Hong Kong and Singapore; feeder ports in Thailand and Vietnam. The aims of the study were to assess the amounts and the nature of cargoes, to assess future growth potential, the captive and competitive hinterlands of ports in Indochina.

        Field-trips outside Thailand were made to Singapore, Hong Kong, Hanoi, Haiphong, Quang Ninh, Da Nang, Saigon, and Vung Tao. Trips aboard cargo-vessels were made to Singapore, Hong Kong and Saigon. Top and middle management of ports, and shipping agents were interviewed.

        The two largest hubs of Asia were found to be constantly under pressure to expand their capacity, to acquire new and modern equipment to handle larger vessels introduced by ship owners in order to reduce ship building and operating costs. China continues to grow at the rate of no less than 8% creating higher demand on shipping. On the other hand, the economic downturn in Southeast Asia since 1997 had given rise to imbalance of container demands.

        Ports in Vietnam were still in the state of rehabilitation, with foreign investments being solicited for future development. The ports, except at Da Nang and Vung Tao are river ports with constant demand on dredging. Development of road and rail had yet to keep up with the demand for port development, thanks to the prohibitive cost of bridge constructions over many large rivers at the estuaries. The local demand for ports in the south was found to be more pronounced in the North; with Da Nang, the port in the middle part of two countries playing very little role in sea transport. Vietnam had aims to provide port services to the neighbouring provinces through her northern ports/rail service and to the neighbouring countries, Thailand and Laos, through Highway No. 9.

        The designs on Chinese cargoes coincided with those of Thailand which inevitably put Thailand and Vietnam into future competition. Although Thailand, thanks to her more advanced road networks, has the competitive edge, she has yet to convince Myanmar and Laos that facilitation for transit cargoes between south western part of China and Thailand could be good for all.

อ่านงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ได้ที่ห้องสมุดสถาบันการขนส่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สงวนลิขสิทธิ์ สถาบันการขนส่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ชั้น 6 อาคารประชาธิปก-รำไพพรรณี ถนนพญาไท ปทุมวัน กรุงเทพ ฯ 10330 Email : tri@chula.ac.th