: : : พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 : : :

28 กันยายน 2558

มาตราที่เกี่ยวข้องสาระสำคัญประเด็นปัญหา
มาตรา 38กำหนดให้นายเรือยื่นรายงานเรือขาเข้าการยื่นรายงานเรือเข้า-ออกแต่ละเที่ยวเรือ ตัวแทนเรือต้องยื่นคำร้องหรือรายงานให้หลายหน่วยงาน บางส่วนเป็นลักษณะซ้ำซ้อน หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องควรประสานงาน ร่วมกันพัฒนาระบบงานให้ตัวแทนเรือยื่นคำร้องหรือรายงานเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ ครั้งเดียวให้หน่วยงานต่างๆใช้
มาตรา 41ให้ถือว่าเมื่อเรือได้เข้ามาในเขตท่าที่จะขนถ่าย หรือท่าที่มีชื่อส่งของถึงเป็นการนำของเข้าสำเร็จ
มาตรา 46ให้ถือว่าเมื่อเรือได้ออกจากเขตท่าที่ไปจากพระราชอาณาจักร เป็นการส่งของออกสำเร็จ
มาตรา 48ห้ามมิให้ขนสินค้าขาออกลงบรรทุกในเรือจนกว่าพนัก งานเจ้าหน้าที่จะได้ออกใบปล่อยเรือขาเข้าให้แก่เรือนั้น
มาตรา 51กำหนดให้นายเรือหรือตัวแทนยื่นบัญชีรายชื่อสินค้าขาออกภายในหกวันหลังเรือออก (ม. 85)
มาตรา 61กำหนดให้ของนำเข้าที่ผู้นำเข้าไม่ดำเนินการทำใบขนขาเข้าเสียภาษีภายในสองเดือน และกรมบอกกล่าวไปยังตัวแทนเรือครบสิบห้าวันแล้ว ถือเป็นของตกค้า และให้อธิบดีดำเนินการ คือ
1) ขายทอดตลาดหรือขายโดยวิธีอื่นเพื่อให้ได้เงินคุ้มค่าภาษี
2) สั่งให้ผู้นำเข้าหรือตัวแทนเรือส่งของออกไปนอกราชอาณาจักร หรือ
3) ถ้าไม่ปฏิบัติตามให้ทำลายของนั้น โดยผู้นำเข้าหรือตัวแทนเรือแล้วแต่กรณีเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย
หลายสิบปีที่ผ่านมาสายเดินเรือต่างๆได้รับความเสียหายมากจากการดำเนินการของศุลกากรจากสิทธิ์ที่ได้ตาม ม.61 ตัวอย่างเช่น การขายทอด ตลาดที่ใช้เวลาดำเนินการนานขณะที่ของตกค้างก็เก็บไว้ในตู้คอนเทนเนอร์ บางกรณีใช้เวลาเป็นปีจนสินค้ากลายเป็นของเสียต้องทำลายทิ้ง มีกรณีที่ศุลกากรไม่ยอมทำเรื่องขอให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยยกเว้นค่าระฝากเก็บตู้คอนเทนเนอร์ช่วงที่เป็นของตกค้างรอการจำหน่าย การท่าเรือฯต้องเรียกเก็บค่าภาระจากตัวแทนสายเดินเรือ ที่ถูกแล้วกรมศุลกากรผู้ได้สิทธิ์ในของตกค้างต้องรับภาระค่าฝากเก็บไปด้วย นอกจากนี้ที่ผ่านมาไม่เคยมีตัวแทนสายเดินเรือใดได้รับส่วนแบ่งจากเงินที่ขายทอดตลาดมาชดเชยค่าภาระค้างชำระเลย
เป็นที่น่าสังเกตว่า กรณีที่ขนส่งสินค้าถึงปลายทางแล้วหาผู้รับตราส่งไม่ได้หรือผู้รับตราส่งปฏิเสธการรับมอบของ ตามกฎหมายพาณิชย์นาวีไทย พรบ.การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ พ.ศ. 2548 มาตรา 23 และอนุสัญญาใหม่ Rotterdam Rules 2009 Art. 50 กำหนดให้ผู้ขนส่งได้สิทธิ์ในการขายหรือดำเนินการอื่นใดกับของนั้น
มาตรา 62กรณีของสดซึ่งอาจเน่าเสียได้ อธิบดีจะสั่งจำหน่ายหรือทำลายเมื่อใดก็ได้
มาตรา 63เงินที่ได้จากการขายตาม ม. 61 ให้หักใช้ค่าภาษี ค่าเก็บรักษา และค่าภาระติดพันต่างๆ อันสมควรจะได้และค้างชำระแก่ตัวแทนเรือ
มาตรา 118กำหนดให้หีบห่อซึ่งมีของอยู่ข้างใน ต้องมีเครื่องหมายและเลขหมาย และต้องแสดงเครื่องหมายและเลขหมายนั้นลงไว้ในเอกสารทุกฉบับที่เกี่ยวด้วยของนั้นที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรยึดกฎว่าบัญชีสินค้าทุกรายการจะต้องมีเครื่องหมายและเลขหมายถึงแม้ในความเป็นจริงบัญชีสินค้าที่ได้รับจากต้นทางจะระบุว่า “No Mark” ก็ตาม ทำให้ผู้นำเข้าร้องขอให้ตัวแทนเรือแก้บัญชีสินค้าเรือให้มีเครื่องหมายและเลขหมาย (ส่วนใหญ่ใช้อักษรย่อของชื่อผู้นำเข้า) ก่อนยื่นบัญชีสินค้าเรือให้ศุลกากร สมาคมฯได้มีโอกาสชี้แจงกับกรมศุลกากรจนมีความเข้าใจ และกรมศุลกากรได้กำหนดในโครงสร้างบัญชีสินค้าให้สำแดงเครื่องหมายและเลขหมายตามความจริง นั่นคือถ้าไม่มีเครื่องหมายและเลขหมายก็ให้สำแดงว่า “No Mark”ได้ อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อว่า ทุกวันนี้มีตัวแทนสายเดินเรือแจ้งว่ายังมีผู้นำเข้าขอแก้บัญชีสินค้าเรือให้มีเครื่องหมายและเลขหมายโดยอ้างว่าเจ้าหน้าที่ศุลกากรไม่ยอม
มาตรา 120เมื่อใดบทพรบ.นี้ต่างกับบทกฎหมายพรบ.หรือประกาศอื่น ในเรื่องเกี่ยวแก่ศุลกากร ให้ยกเอาบท พรบ.นี้ขึ้นบังคับ


สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ.2558 สถาบันการขนส่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
หากมีข้อสงสัยหรือมีข้อเสนอแนะ โปรดส่งอีเมล์มาที่ tri@chula.ac.th