ทางรถไฟสายท่าเรือ-พระพุทธบาท

จัดทำข้อมูลโดย : สุนันทา เจริญปัญญายิ่ง

        ทางรถไฟสายท่าเรือ - พระพุทธบาท เป็นทางรถไฟของเอกชนหรือรถไฟราษฎร์ ให้บริการแก่ประชาชนในช่วงรัชกาลที่ 5-7 ระหว่างสถานีท่าเรือ (อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา) ถึงสถานีพระพุทธบาท (อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี) ระยะทางเพียง 20 กิโลเมตร แม้ว่าทางรถไฟสายนี้จะยกเลิกไปในปี พ.ศ. 2485 แต่การเดินรถไฟสายนี้ แสดงให้เห็นประวัติศาสตร์และพัฒนาการของรถไฟของราษฎร์สายแรกของไทย ซึ่งใช้เพื่อการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการเดินทางไปนมัสการพระพุทธบาทเป็นหลัก

ประวัติและสาเหตุการก่อสร้างทางรถไฟ
        ทางรถไฟสายท่าเรือ-พระพุทธบาท ก่อตั้งขึ้นโดย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์

รูปที่ 1 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์1
พระองค์มีพระนามเดิมว่า "พระองค์เจ้าวรวรรณากร" เป็นพระราชโอรสลำดับที่ 56 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาเขียน พระองค์เคยรับราชการเป็นพนักงานการเงินแผ่นดิน และรองอธิบดี ที่หอรัษฎากรพิพัฒน์ในพระคลังมหาสมบัติ ภายหลังพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการ สถาปนาเป็นพระองค์เจ้าต่างกรม จารึกตามสุพรรณบัตรว่า “พระเจ้าน้องยาเธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์” ดังนั้นทางรถไฟสายนี้จึงถูกเรียกว่า “รถไฟกรมพระนรา”

        เนื่องจากขาดเอกสารหลักฐานชัดเจนที่ระบุว่าทางรถไฟสายนี้ก่อสร้างและเริ่มเปิดให้บริการเมื่อใด แต่มีความเป็นไปได้ว่า ทางรถไฟสายท่าเรือ-พระพุทธบาท เกิดขึ้นในช่วง ปีพ.ศ. 2444 เพราะมีการประกาศพระราชทานอำนาจพิเศษแก่บริษัท รถรางพระพุทธบาททุน จำกัด โดยมีบรมราชโองการ โปรดเกล้า ฯ ประกาศให้ทราบทั่วกันว่า พระเจ้าน้องยาเธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ และหุ้นส่วนรวม 7 ท่าน ได้รับพระราชทานอนุญาตให้จัดตั้ง บริษัท รถรางพระพุทธบาททุน จำกัด เพื่อให้เป็นบุคคลได้ในกฎหมาย โดยเส้นทางของรถไฟสายนี้ แยกออกมาจากทางรถไฟสายเหนือ โดยเริ่มจากสถานีท่าเรือ อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนถึงอำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี โดยเห็นได้จากแผนที่แนบท้ายของประกาศในราชกิจจานุเบกษา (ดังรูปที่ 2) และคาดว่าขนาดรางรถไฟมีความกว้างประมาณ 600 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นข้อมูลจากมาหนังสือ The History of Thai Railway ของ Ichiro Kakizaki แต่มีผู้แย้งว่า หากพิจารณาจากรูปถ่ายขบวนรถไฟ ความกว้างของรางรถไฟน่าจะมีความกว้างมากกว่า 600 มิลลิเมตร (ดังรูปที่ 3)

รูปที่ 2 แผนที่แสดงแนวทางรถไฟสายท่าเรือ-พระพุทธบาท
ที่มา : ราชกิจจานุเบกษา เรื่อง พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และอำเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี
พุทธศักราช 2482 เล่ม 56 หน้า 688 วันที่ประกาศ 24 กรกฎาคม 2482 [สายตรง] แหล่งที่มา : http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2482/A/688.PDF [1 กันยายน 2556].
หมายเหตุ : เส้นสีแดง คือ เส้นทางรถไฟสายท่าเรือ-พระพุทธบาท
เส้นสีน้ำเงิน คือ เส้นทางรถไฟสายเหนือ (ผู้เขียน)



รูปที่ 3 ขบวนรถไฟที่วิ่งในทางรถไฟสายท่าเรือ-พระพุทธ
ที่มา : Ichiro Kakizaki. The History of Thai Railway ใน O Memoir (นามแฝง). รถไฟสาย พระพุทธบาท ก่อนจะเลือนหายไปจากความทรงจำ ตอนที่ 41 [สายตรง]
แหล่งที่มา: http://tamagozzilla.blogspot.com/2013/05/mo-memoir-sunday-5-may-2556.html [5 กันยายน 2556].

        ทางรถไฟสายท่าเรือเกิดปัญหาการการดำเนินกิจการหลายครั้ง ดังเห็นได้จากเหตุการณ์และหลักฐานหลายประการ คือ

        - ปีพ.ศ. 2445 บริษัท รถรางพระพุทธบาททุน จำกัด ยื่นหนังสือต่อกระทรวงเกษตรธิการ ว่ามีความประสงค์เงินทุน เพื่อขยายกิจการของบริษัท จึงเอาทรัพย์ของบริษัทมาให้เป็นประกัน เพื่อจะออกตั๋วรับเงิน จำนวน 120,000 บาท

        - ปี พ.ศ. 2449 กระทรวงเกษตรธิการออกประกาศให้บริษัท รถรางพระพุทธบาททุน จำกัด ยื่นบัญชีประจำปี ร.ศ.124 (พ.ศ.2448) ภายในที่ 1 กันยายน รัตนโกสินทร ศก 125 (พ.ศ.2449) หลังจากมีจดหมายตักเตือนหลายครั้ง โดยหากไม่นำส่งบัญชี อาจมีการถอนพระบรมราชานุญาต ต่อมาบริษัทได้นำส่งบัญชีเมื่อวันที่ 16 มกราคม ร.ศ.125 (พ.ศ.2449)

        - ปีพ.ศ. 2472 ประกาศพระราชทานอำนาจพิเศษแก่บริษัท รถรางพระพุทธบาททุน จำกัด โดยมีบรมราชโองการ โปรดเกล้า ฯ ประกาศให้ทราบทั่วกันว่า พระเจ้าน้องยาเธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ และหุ้นส่วนรวม 12 ท่าน ได้รับพระราชทานอนุญาตให้จัดตั้ง บริษัท รถรางพระพุทธบาททุน จำกัด นั้น บัดนี้บริษัทได้เพิกเฉยละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและประกาศพระราชทานอำนาจพิเศษหลายครั้ง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ถอนพระบรมราชานุญาตพิเศษดังกล่าว มีผลตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2472 เป็นต้นไป

        ต่อมาในปี พ.ศ.2474 กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ได้มอบหมายให้ หม่อมเจ้านิตยา วรวรรณ โอรสคนที่ 9 ทำสัญญาสัมปทานกับกรมรถไฟหลวงอีกครั้ง เพื่อสร้างทางและเดินรถไฟหรือรถรางอีกครั้งในนาม บริษัท รถไฟท่าเรือ จำกัด ตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ.2474 มีกำหนดถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2494 ระยะทางรวม 20 กิโลเมตร

การดำเนินการรถไฟ
        รถไฟกรมพระนราฯ ประมาณว่าใช้รางกว้างประมาณ 75 ซม. หัวรถจักรไอน้ำใช้ความเร็ว 20 กม.ต่อชั่วโมง หัวรถจักรดีเซล ใช้ความเร็ว 30 กม.ต่อชั่วโมง แต่ละขบวนที่มีพนักงาน 4 คน คือ พขร. 1 คน ช่างไฟ 1 คน (มีหน้าที่เติมน้ำ และฟืน) พนักงานขายตั๋วและตรวจตั๋ว 2 คน (ตั๋วอ่อนแบบฉีก) การซื้อขายตั๋วจะมีการขายตั๋วเฉพาะสถานีท่าเรือกับสถานีพระพุทธบาทเท่านั้น หากขึ้นลงระหว่างกลางทาง ก็ต้องซื้อตั๋วกันบนขบวนรถ ส่วนสถานีระหว่างทางนั้น เป็นเพียงแค่จุดรับ-ส่งผู้โดยสารเท่านั้น ไม่มีนายสถานีและพนักงานประจำอยู่ ส่วนอัตราค่าโดยสารคิดเป็นช่วงๆ

        ระยะแรก ๆ เก็บค่าโดยสารสถานีละ 5 สตางค์ เช่น
        สถานีท่าเรือ – สถานีบางโขมด เก็บ 5 สตางค์
        สถานีท่าเรือ – สถานีบ่อโศก (สร่างโศก) เก็บ 10 สตางค์
        สถานีท่าเรือ – สถานีหนองคณฑี เก็บ 15 สตางค์
        สถานีท่าเรือ – สถานีเขาเลี้ยว เก็บ 20 สตางค์
        สถานีท่าเรือ – สถานีเจ้าพ่อเขาตก เก็บ 25 สตางค์
        สถานีท่าเรือ – สถานีพระพุทธบาท เก็บ 30 สตางค์
        และเก็บเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามวาระค่าครองชีพ ต่อมาภายในระยะหลังก่อนที่จะเลิกกิจการใน เดือนกรกฎาคม 2485 เก็บช่วงสถานีละ 25 สตางค์

        รถไฟจะเติมน้ำเติมฟืน (เมื่อก่อนเรียกว่า “ฟืนหลา” เพราะฟืนจะมี ความยาวประมาณ 1 หลาหรือ 90 ซ.ม.) ที่สถานีท่าเรือ สถานีเขาเลี้ยว สถานีพระพุทธบาท จะมีที่เติมน้ำเติมฟืนอยู่
        เมื่อรถไฟกลับถึงพระพุทธบาท ช่างไฟจะเตรียมฟืนใส่หัวรถจักร และรุมไฟให้ครุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา ราว ๆ เวลา 03:00 น. ช่างไฟก็จะเริ่มใส่ฟืนเร่งโหมไฟ และเต็มน้ำให้เต็มเพื่อเตรียมขบวน รถไฟให้พร้อมที่จะออกเดินทางจากสถานีพระพุทธบาทในเวลา 06:00 น.และ ถึงสถานีท่าเรือในเวลา 07:00 น. ส่วนขากลับช่วงเย็นจะออกจากสถานีท่าเรือเวลา 15:00 น. ไปค้างคืน ที่สถานีพระพุทธบาท
        ส่วนใหญ่จะวิ่งรับ-ส่งพ่อค้าแม่ค้าพืชไร่เช่น หน่อไม้ น้อยหน่า ขนุน เป็นต้น หากว่าเป็นช่วงเทศกาลนมัสการรอยพระพุทธบาทกลางเดือน 3 และกลางเดือน 4 รถไฟจะวิ่งวันละ 3 – 4 ขบวนโดยไม่มีกำหนดเวลาที่แน่นอน เมื่อผู้โดยสารเต็มก็จะออกจากสถานี
        ทางรถไฟสายนี้มีระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร มีสถานีรถไฟย่อย 7 สถานี คือ สถานีท่าเรือ สถานีบางโขมด สถานีบ่อโศกหรือสร่างโศก ดังรูปที่ 4 สถานีหนองคณฑี สถานีเขาเลี้ยว สถานีเจ้าพ่อเขาตก สถานีพระพุทธบาท
        ส่วนโบกี้เป็นโบกี้โดยสารธรรมดา หากผู้โดยสารเป็นบุคคลสำคัญจะใช้โบกี้พิเศษ หน้าต่างกว้างชนิดเกือบจะเป็นข้างโล่งติดม่านสวยหรู ชายคาจะติดชายครุยและลูกตุ้มโดยรอบ เก้าอี้ผ้าผิวมันลายสวยงามทาง เดินปูพรม
        อย่างไรก็ตามการเดินรถไฟสายนี้ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากเหตุผลหลายประการ คือ เป็นเส้นทางรถไฟสายสั้น ผ่านสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ คือ พระพุทธบาท ซึ่งประชาชนโดยสารในช่วงเทศกาลมากกว่าใช้ในชีวิตประจำวัน ประกอบกับมีการสร้างถนนพหลโยธินสายลพบุรี-สระบุรี ทำให้การคมนาคมทางถนนสะดวกมากขึ้น การใช้รถไฟสายท่าเรือ-พระพุทธบาท จึงลดความนิยมลง ดังนั้นบริษัท รถไฟท่าเรือ จำกัด จึงขายรถไฟ ให้บริษัท ส่งเสริมอุตสาหกรรมไทย จำกัด (โรงงานน้ำตาลวังกะพี้) เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ.2485 ต่อมาเส้นทางรถไฟสายนี้กลายเป็นถนนสาย 3022 อำเภอท่าเรือ – อำเภอพระพุทธบาทในปัจจุบัน
        ดังนั้นทางรถไฟสายนี้จึงมีอายุ 39 ปี โดยออกเป็น 2 ช่วง คือ
  • เปิดให้บริการในนามบริษัท รถรางพระพุทธบาททุน จำกัด รวม 28 ปี นับตั้งแต่มีการจัดตั้งบริษัทดังกล่าวในปีพ.ศ. 2444 ถึงปีพ.ศ. 2472 ซึ่งมีประกาศถอนพระบรมราชานุญาตพิเศษซึ่งได้พระราชทานแก่บริษัท
  • เปิดให้บริการในนาม บริษัท รถไฟท่าเรือ จำกัด รวม 11 ปี นับตั้งแต่มีการทำสัญญากับกรมรถไฟไทยในปีพ.ศ. 2474 ถึงปีพ.ศ. 2485 ซึ่งขายรถไฟ ให้บริษัท ส่งเสริมอุตสาหกรรมไทย จำกัด

รูปที่ 4 ร่องรอยสถานีบ่อโศกหรือสร่างโศก
ที่มา : วิไลรัตน์ ยังรอด รถไฟเล็ก [สายตรง] แหล่งที่มา: http://www.m-culture.in.th/moc_new/album/134606/รถไฟเล็ก [5 กันยายน 2556].

ความสำคัญของทางรถไฟท่าเรือ-พระพุทธบาท
        ตั้งแต่อดีตพระมหากษัตริย์ของไทยล้วนเสด็จพระราชดำเนินไปสักการะพระพุทธบาท รวมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ และเจ้านายล้วนต้องเดินทางไปพระพุทธบาท อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี การเสด็จพระราชดำเนินจึงใช้เวลาหลายวัน แต่เมื่อมีทางรถไฟสายท่าเรือ-พระพุทธบาท สามารถเดินทางไป-กลับได้ภายในหนึ่งวัน ดังหลักฐานการเสด็จพระราชดำเนินประพาสพระพุทธบาทของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก่อนและหลังการเดินรถไฟสายนี้ คือ

        ก่อนมีรถไฟสายท่าเรือ-พระพุทธบาท ในวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2419 พระองค์เสด็จพระราชดำเนินประพาสพระพุทธบาท โดยเริ่มจากล่องเรือพระที่นั่งพ่วงเรือกลไฟ ประทับพักแรม ณ ตำบลท่าหลวง วันต่อมาทรงม้าพระที่นั่งออกจากท่าหลวงมาที่บางโขมด หยุดพักม้า แล้วเสด็จต่อไปยังหนองคนที หลังจากหยุดเสวยเช้า เสด็จต่อมายังศาลเขาตก และเสด็จไปจนถึงพระราชวังพระพุทธบาท เวลาเที่ยงโดยพระองค์จะทรงม้าพระที่นั่งเดินทางไปนมัสการและบวงสรวงเป็นเวลาหลายวัน จนถึงวันที่ 28 ธันวาคม 2419 ทรงม้าพระที่นั่งจากพระพุทธบาท ผ่านศาลเจ้าเขาขาด ตำบลบางโขมด ประทับแรมที่ท่าหลวง วันต่อมาออกเรือพระที่นั่งจากท่าหลวง เรือกลไฟจูงล่องมาตามลำน้ำ จนถึงที่พักรถไฟกรุงเก่า ทรงรถไฟจนถึงที่พักรถไฟตำบลพานยศเส ประทับตรัสกับพระบรมวงศานุวงศ์ และทรงรถพระที่นั่งกลับพระบรมมหาราชวัง

        ภายหลังจากมีทางรถไฟสายท่าเรือ-พระพุทธบาทแล้ว การเสด็จพระราชดำเนินของพระองค์สะดวกมากขึ้นโดยในวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2445 เสด็จพระราชดำเนินนมัสการพระพุทธบาทและพระราชทานพระกฐิน ดังนี้

        - เวลาย่ำรุง 50 นาที เสด็จลงประทับเรือนั่งแจว ไปเทียบพระที่นั่งที่ท่าน้ำหลังสถานีรถไฟบางปะอิน
        - ออกจากสถานีรถไฟบางปะอิน เวลา 1 นาฬิกา 5 นาที ถึงสถานีรถไฟท่าเรือ เวลา 2 นาฬิกา 35 นาที โดยมีกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์รับเสด็จ
        - เสด็จประทับรถราง เวลา 3 นาฬิกา 45 นาที ถึงศาลเจ้าเขาตก เวลา 4 นาฬิกา 50 นาที
        - เสด็จออกศาลเจ้าเขาตก เวลา 5 นาฬิกา 55 นาที พร้อกับพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการ ถึงพระพุทธบาท เวลา 12 นาฬิกา 5 นาที
        - ภายหลังจากนมัสการพระพุทธบาทและพระราชทานพระกฐินเรียบร้อยแล้ว เสด็จประทับรถรางออกจากพระพุทธบาท เวลา 16 นาฬิกา 20 นาที มาถึงที่พักบริษัทรถรางพระพุทธบาทที่ท่าเรือ พักประทับเสวยน้ำชาที่ตำหนักที่พักของกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ หลังจากนั่งประทับรถไฟออกจากสถานีท่าเรือ มาถึงสถานีรถไฟบางปะอิน กลับทางเดิม ถึงพระราชวังเวลา 19 นาฬิกา 35 นาที

        การเสด็จพระราชดำเนินไปยังพระพุทธบาทแสดงให้เห็นว่าทางรถไฟสายนี้ช่วยย่นระยะทาง และลดระยะเวลาในการเดินทางเป็นอย่างมาก ทั้งยังสะท้อนให้เห็นว่าจุดประสงค์การใช้รถไฟไม่ได้มาจากเหตุผลทางเศรษฐกิจ แต่เป็นรถไฟเพื่อการท่องเที่ยว โดยเกิดขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกแก่พระเจ้าอยู่หัว พระบรมวงศานุวงศ์ และเจ้านายเป็นสำคัญ



1วิกิพีเดีย. พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรวรรณากร กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ [สายตรง] แหล่งที่มา: http://th.wikipedia.org/wiki/ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ_พระองค์เจ้าวรวรรณากร_กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ [28 สิงหาคม 2556].

2วิกิพีเดีย. พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรวรรณากร กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ [สายตรง] แหล่งที่มา: [สายตรง] แหล่งที่มา: http://th.wikipedia.org/wiki/ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ_พระองค์เจ้าวรวรรณากร_กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ [28 สิงหาคม 2556].

3ราชกิจจานุเบกษา เรื่อง ประกาศตั้งกรมพระองค์เจ้าวรวรรณกร [พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นนราธิปประพันธุพงษ์] เล่ม 6 วันที่ประกาศ 8 ธันวาคม 2432, หน้า 304-305

4บริษัท รถรางพระพุทธบาททุน จำกัด มีหุ้นส่วน 7 ท่าน ได้แก่ พระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นนราธิปประพันธ์พงษ์ พระยาอภิรักษ์ราชอุทยาน เจ้าหมื่นเสมอใจราช พระนรสาตร์สารกรรม หลวงดำรงธรรมสาร หลวงอุดรภัณฑพานิช และจีน หนี ใน ราชกิจจานุเบกษา เรื่อง ประกาศพระราชทานอำนาจพิเศษแก่บริษัท รถรางพระพุทธบาททุน จำกัด เล่ม 18 วันที่ประกาศ 29 กันยายน 2444, หน้า 410

5ราชกิจจานุเบกษา เรื่อง ประกาศพระราชทานอำนาจพิเศษแก่บริษัท รถรางพระพุทธบาททุน จำกัด เล่ม 18 วันที่ประกาศ 29 กันยายน 2444, หน้า 410-414

6ราชกิจจานุเบกษา เรื่อง พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และอำเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี พุทธศักราช 2482 เล่ม 56 วันที่ประกาศ 24 กรกฎาคม 2482, หน้า 688

7O Memoir (นามแฝง). รถไฟสาย พระพุทธบาท ก่อนจะเลือนหายไปจากความทรงจำ ตอนที่ 41 [สายตรง] แหล่งที่มา: http://tamagozzilla.blogspot.com/2013/05/mo-memoir-sunday-5-may-2556.html [5 กันยายน 2556].

8ราชกิจจานุเบกษา ประกาศเรื่อง บริษัทรถรางพระพุทธบาททุน จำกัด จะออกตั๋วรับเงินโดยอาทรัพย์ของบริษัทเป็นประกัน (ดิเบนเชอ) เล่ม 19 วันที่ประกาศ 5 ตุลาคม 2445, หน้า 536

9ราชกิจจานุเบกษา เรื่อง ประกาศกระทรวงเกษตราธิการ ว่าด้วยให้บริษัทรถรางพระพุทธบาท ท.จ.ก.ยื่นบัญชีงบปีจำนวน ร.ศ.124 ในภายในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร์ ศก 125 เล่ม 23 วันที่ประกาศ 6 มกราคม 2449, หน้า 1061-1062

10ราชกิจจานุเบกษา แจ้งความกระทรวงเกษตราธิการ เรื่อง บริษัทรถรางพระพุทธบาทได้ยื่นบัญชี จำนวน ศก 124 แล้ว เล่ม 23 วันที่ประกาศ 27 มกราคม 2449, หน้า 1126

11ราชกิจจานุเบกษา ประกาศถอนพระบรมราชานุญาตพิเศษซึ่งได้พระราชทานแก่บริษัท รถรางพระพุทธบาททุนจำกัด เล่ม 46 วันที่ประกาศ 2 มีนาคม 2472, หน้า 367-368

12ราชกิจจานุเบกษา ประกาศเรื่อง แจ้งความกระทรวงพาณิชย์และคมนาคม แผนกรถไฟหลวง เรื่อง สร้างและเดินรถไฟราษฎร์ เล่ม 48 วันที่ประกาศ 18 พฤษภาคม 2474, หน้า 679 [28 สิงหาคม 2556].

13ประวัติทางรถไฟสายท่าเรือ-พระพุทธบาท (รถไฟกรมพระนรา) [สายตรง] แหล่งที่มา: http://portal.rotfaithai.com/ modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=18

14Wisarut . ประวัติทางรถไฟสายท่าเรือ-พระพุทธบาท(รถไฟกรมพระนรา) โดยเจฟฟ์ [สายตรง] แหล่งที่มา: http://portal.rotfaithai.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=18 [28 สิงหาคม 2556].

15Wisarut. ประวัติทางรถไฟสายท่าเรือ-พระพุทธบาท(รถไฟกรมพระนรา) โดยเจฟฟ์ [สายตรง] แหล่งที่มา: http://portal.rotfaithai.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=18 [28 สิงหาคม 2556].

16ราชกิจจานุเบกษา ข่าวเสด็จพระราชดำเนินประพาสพระพุทธบาทแลกรุงเทพ เล่ม 13 วันที่ประกาศ 3 มกราคม 2419, หน้า 477-478
ท่านคือผู้เข้าชมคนที่
widely used counter

สงวนลิขสิทธิ์ สถาบันการขนส่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ชั้น 6 อาคารประชาธิปก-รำไพพรรณี ถนนพญาไท ปทุมวัน กรุงเทพ ฯ 10330 Email : tri@chula.ac.th