พระราชบัญญัติการเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปจากภยันตรายในการเดินเรือ พ.ศ. 2547

จัดทำข้อมูลโดย : สุนันทา เจริญปัญญายิ่ง

        พระราชบัญญัติการเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปจากภยันตรายในการเดินเรือ พ.ศ. 2547เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือโดยที่จารีตประเพณีสากลของการเดินเรือกำหนดให้ผู้ที่ได้รับความเสียหายโดยตรงจากการเสียสละทรัพย์สินหรือผู้ที่เสียค่าใช้จ่ายเป็นกรณีพิเศษเพื่อปกป้องรักษาเรือและทรัพย์สินที่เผชิญภยันตรายร่วมกันมีสิทธิเรียกเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปโดยเจ้าของเรือและเจ้าของทรัพย์สินที่พ้นจากภยันตรายต้องร่วมเฉลี่ยในความสูญเสียหรือความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายดังกล่าวแต่การปฏิบัติตามจารีตประเพณีสากลของการเดินเรือดังกล่าวยังไม่มีกฎหมายรองรับโดยชัดแจ้งทำให้เกิดความไม่ชัดเจนในทางปฏิบัติ ดังนั้นสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปจากภยันตรายในการเดินเรือเพื่อรองรับจารีตประเพณีสากลของการเดินเรือ

        ในกฎหมายไทย มีบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปจากภยันตรายในการเดินเรือ ในกฎหมายหลายฉบับ คือ
  • พระราชบัญญัติกักเรือ พ.ศ.2534 มาตรา 3 (จ) สิทธิเรียกร้องอันเกิดจากการเฉลี่ยความเสียหายทั่วไป ในกรณีที่เจ้าของเรือ ผู้ขนส่งและเจ้าของของที่บรรทุกมาในเรือนั้น มีหน้าที่ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่เจ้าของทรัพย์สินที่สูญหาย หรือเสียหายจากการกระทำโดยเจตนาด้วยความจำเป็นตามสมควรเพื่อความปลอดภัยร่วมกันของเรือและของที่บรรทุกมาในเรือนั้น หรือต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายที่ได้เสียไปด้วยความจำเป็นเป็นกรณีพิเศษเพื่อประโยชน์ร่วมกันของทุกฝ่ายหรือเพื่อความปลอดภัยร่วมกันของเรือและของที่บรรทุกมาในเรือนั้น ทั้งนี้ เมื่อมีบทบัญญัติแห่งกฎหมายหรือสัญญาระหว่างคู่กรณีกำหนดความรับผิดในเรื่องนี้ไว้
  • พระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มาตรา 55ได้กำหนดให้ผู้ขนส่งไม่ต้องรับผิดเพื่อการสูญหาย เสียหายหรือส่งมอบชักช้า ถ้าพิสูจน์ได้ว่าการสูญหาย เสียหายหรือส่งมอบชักช้านั้นเป็นผลจากการใช้มาตรการทั้งปวง เพื่อช่วยชีวิตมนุษย์ในทะเลหรือจากการใช้มาตรการอันสมควรเพื่อช่วยทรัพย์สินในทะเลแต่ผู้ขนส่งยังคงต้องรับผิดตามส่วนของตนในการเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปถ้ามี
  • พระราชบัญญัติการจำนองเรือและบุริมสิทธิทางทะเล พ.ศ. 2537 มาตรา 10 (2)ถ้าเรือที่จำนองสูญหายหรือเสียหายให้จำนองครอบไปถึงสิทธิเรียกร้องค่าเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปที่เจ้าของเรือมีสิทธิได้รับเพื่อการสูญหายหรือเสียหายของเรือนั้นหรือสิ่งของที่สิทธิจำนองเรือครอบไปถึงตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
        เนื้อหาพระราชบัญญัติมีจำนวน 21 มาตรา แบ่งเนื้อหา ดังนี้

                - การบังคับใช้และบทนิยาม (มาตรา 1-5)

                - หมวดที่ 1 การใช้สิทธิเรียกร้องในการเฉลี่ยความเสียหายทั่วไป (มาตรา 6-8)

                - หมวดที่ 2 หลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดส่วนเฉลี่ยความเสียหายทั่วไป (มาตรา 9-19)

                - หมวดที่ 3 คดีเกี่ยวกับการเฉลี่ยความเสียหายทั่วไป (มาตรา 20-21)

                สาระสำคัญของพระราชบัญญัติ มีรายละเอียดดังนี้

การบังคับใช้และบทนิยาม

        1. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัติการเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปจากภยันตรายในการเดินเรือพ.ศ. 2547นี้ (มาตรา 5)

        2. พระราชบัญญัตินี้ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ.25471 และมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 90 วัน นับแต่วันที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งตรงกับวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2548 เป็นต้นไป (มาตรา 2)

        3. บทนิยาม(มาตรา 3)

                "ความเสียหายทั่วไป"หมายความว่า ความสูญเสียหรือความเสียหายอย่างหนึ่งอย่างใดที่เป็นผลโดยตรงจากการเสียสละทรัพย์สินหรือค่าใช้จ่ายเป็นกรณีพิเศษซึ่งจงใจกระทำขึ้นตามสมควรเพื่อปกป้องรักษาเรือและทรัพย์สินที่เผชิญภยันตรายร่วมกัน2

                "เรือ"หมายความว่า เรือที่มีลักษณะสำหรับใช้ในทะเล

                "เจ้าของเรือ"หมายความว่า ผู้มีกรรมสิทธิ์ในเรือเว้นแต่กรณีมีการเช่าหรือเช่าซื้อเรือให้หมายถึงเฉพาะผู้เช่าหรือผู้เช่าซื้อซึ่งควบคุมและครอบครองเรือโดยผลแห่งสัญญานั้น

                "ผู้ประเมิน"หมายความว่า ผู้ซึ่งมีความรู้ความสามารถหรือประสบการณ์ในด้านการประเมินความเสียหายทั่วไปซึ่งเจ้าของเรือผู้ได้รับความเสียหายทั่วไป หรือผู้มีส่วนได้เสียอื่นใด แล้วแต่กรณีแต่งตั้งให้ดำเนินการประเมินความเสียหายทั่วไปและกำหนดส่วนเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปตามพระราชบัญญัตินี้

                "ผู้ที่ต้องร่วมเฉลี่ยความเสียหายทั่วไป" หมายความว่าเจ้าของเรือและเจ้าของทรัพย์สินซึ่งเรือหรือทรัพย์สินของตนรอดพ้นจากภยันตรายและสามารถเดินทางไปถึงท่าปลายทางหรือถึงท่าที่การเดินทางต้องสิ้นสุดลงตามมาตรา6

บุคคลที่มีสิทธิใช้สิทธิเรียกร้องในการเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปแบ่งออกได้ดังนี้

                        1. เจ้าของเรือ

                        เจ้าของเรืออาจเรียกให้มีการเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปจากผู้ที่ต้องร่วมเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปภายในเวลาอันควรนับแต่วันที่การเดินทางสิ้นสุดลงตามหลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดส่วนเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปตามหมวด2 (มาตรา 8 วรรค 1)

                        2. ผู้เสียหายทั่วไป

                        ในกรณีที่เจ้าของเรือมิได้ดำเนินการตามมาตรา 8 วรรคหนึ่งเมื่อผู้ได้รับความเสียหายทั่วไปบอกกล่าวเป็นหนังสือให้เจ้าของเรือดำเนินการแล้วแต่เจ้าของเรือไม่ดำเนินการภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำบอกกล่าวผู้ได้รับความเสียหายทั่วไปอาจเรียกให้มีการเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปจากผู้ที่ต้องร่วมเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปได้โดยตรงตามหลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดส่วนเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปที่คู่กรณีจะได้ตกลงกันหรือนำคดีสู่ศาล(มาตรา 8 วรรค 2)

ขั้นตอนของการเฉลี่ยความเสียหายทั่วไป

        1.ในกรณีที่เจ้าของเรือเรียกให้มีการเฉลี่ยความเสียหายทั่วไป(มาตรา 9) ให้เจ้าของเรือดำเนินการดังต่อไปนี้

                ก. แต่งตั้งผู้ประเมินและมีหนังสือแจ้งพฤติการณ์แห่งความเสียหายทั่วไปและชื่อกับสถานที่ติดต่อของผู้ประเมินที่ตนแต่งตั้งไปยังเจ้าของทรัพย์สินหรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินที่เผชิญภยันตรายร่วมกันเท่าที่อาจทราบได้จากเอกสารการขนส่งหรือหลักฐานอย่างอื่นที่อยู่ในความครอบครองของตน

                ข. ให้เจ้าของทรัพย์สินหรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินซึ่งได้รับความเสียหายทั่วไปแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ประเมินทราบถึงรายละเอียดของความเสียหายทั่วไปพร้อมหลักฐานภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง (มาตรา 11) และผู้ประเมินอาจร้องขอให้ผู้ที่ต้องร่วมเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับมูลค่าทรัพย์สินของตนภายในสิบสองเดือนนับแต่วันที่ได้รับการร้องขอ(มาตรา 12)

                ค. ในกรณีที่เจ้าของทรัพย์สินหรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินซึ่งได้รับความเสียหายทั่วไปไม่ดำเนินการตามมาตรา11 หรือผู้ที่ต้องร่วมเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปไม่ดำเนินการตามมาตรา12 ผู้ประเมินมีสิทธิประเมินความเสียหายทั่วไปและมูลค่าของทรัพย์สินที่รอดพ้นจากภยันตรายตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏแก่ตน ซึ่งเจ้าของทรัพย์สินหรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินซึ่งได้รับความเสียหายทั่วไปหรือผู้ที่ต้องร่วมเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปจะโต้แย้งได้ต่อเมื่อการประเมินนั้นไม่ถูกต้องอย่างชัดแจ้ง (มาตรา 13)

                ง. หลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดส่วนเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปให้เป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้เว้นแต่จะมีการตกลงกันเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดส่วนเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปเป็นอย่างอื่น (มาตรา 4)

        2.ในกรณีที่ผู้ได้รับความเสียหายทั่วไปเรียกให้มีการเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปจากผู้ที่ต้องร่วมเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปได้โดยตรงตามหลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดส่วนเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปที่คู่กรณีจะได้ตกลงกันหรือนำคดีสู่ศาล(มาตรา 8 วรรค 2)

สิทธิของเจ้าของเรือ

        เจ้าของเรือมีสิทธิยึดหน่วงทรัพย์สินของผู้ที่ต้องร่วมเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปที่บรรทุกอยู่บนเรือไว้จนกว่าผู้ที่ต้องร่วมเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปนั้นได้ร่วมเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปหรือมอบหลักประกันตามควรอย่างหนึ่งอย่างใด ได้แก่ เงินสดหนังสือค้ำประกันของธนาคารหรือผู้รับประกันภัย หรือเอกสารอย่างอื่นซึ่งมีข้อความแสดงว่าผู้ออกเอกสารนั้นจะร่วมเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปตามจำนวนที่จะได้กำหนดขึ้น(มาตรา 10)

วิธีการประเมินมูลค่าความเสียหายทั่วไป

        1. ผู้ที่ต้องร่วมเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปแต่ละรายจะต้องรับผิดชอบในค่าตอบแทนผู้ประเมินและค่าใช้จ่ายตามสมควรที่ผู้ประเมินได้ใช้ในการประเมินความเสียหายทั่วไปและกำหนดส่วนเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปโดยให้นำค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายดังกล่าวมารวมกับจำนวนความเสียหายทั่วไปที่ประเมินได้ตามมาตรา17 หรือมาตรา 18 แล้วแต่กรณีด้วย(มาตรา 14)

        2.ความเสียหายทั่วไปซึ่งผู้ที่ต้องร่วมเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปแต่ละรายต้องรับผิดชอบจะเท่ากับอัตราส่วนระหว่างจำนวนความเสียหายทั่วไปที่เกิดขึ้นกับมูลค่ารวมของเรือและทรัพย์สินทั้งหมดคูณด้วยมูลค่าเรือหรือทรัพย์สินของตน(มาตรา 15)

        3. หลักเกณฑ์การประเมินมูลค่าหรือมูลค่ารวมของเรือและทรัพย์สิน (มาตรา 16) มีดังนี้

                ก. การประเมินมูลค่าเรือหรือทรัพย์สินที่ไม่ใช่สินค้าให้ถือมูลค่าสุทธิที่แท้จริงของเรือและทรัพย์สิน ณเวลาและท่าที่การเดินทางต้องสิ้นสุดลง โดย

                   1)ในการประเมินมูลค่าเรือมิให้นำค่าเสียหายที่เกิดจากการขาดประโยชน์หรือการเสื่อมสิทธิในรายได้ที่เกิดจากเรือมารวมคำนวณด้วย

                   2)ในกรณีที่ความเสียหายทั่วไปเกิดขึ้นโดยการเสียสละส่วนหนึ่งส่วนใดของเรือหรือทรัพย์สินให้นำจำนวนความเสียหายทั่วไปที่ได้จากการประเมินตามหลักเกณฑ์ในมาตรา 17 (1) และ (3)มารวมกับผลการประเมินตาม ก. 1) ด้วย

                ข. การประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่เป็นสินค้า ให้ถือมูลค่า ณ เวลาที่ขนถ่ายจากเรือโดย

                   1) ในกรณีที่มีใบกำกับสินค้าที่ออกให้แก่ผู้รับสินค้าให้ถือเอาราคาที่ปรากฏในใบกำกับสินค้านั้นแต่ถ้าหากมีความเสียหายเกิดขึ้นแก่สินค้านั้นก่อนหรือขณะที่ขนถ่ายจากเรือให้หักจำนวนความเสียหายนั้นจากราคาที่ปรากฏในใบกำกับสินค้าดังกล่าว

                   2)ในกรณีที่ไม่มีใบกำกับสินค้าให้ถือเอาราคาขณะที่บรรทุกลงเรือหักด้วยจำนวนความเสียหายที่เกิดแก่สินค้านั้นก่อนหรือขณะที่ขนถ่ายจากเรือหากมีค่าใช้จ่ายในการประกันภัยและค่าระวางที่เจ้าของสินค้าหรือผู้มีส่วนได้เสียในสินค้าได้จ่ายไปให้นำมารวมคำนวณด้วย

                   3)ในกรณีที่ความเสียหายทั่วไปเกิดขึ้นโดยการเสียสละสินค้าให้นำจำนวนความเสียหายทั่วไปที่เกิดขึ้นกับสินค้าดังกล่าวที่ได้จากการประเมินตามหลักเกณฑ์ในมาตรา 17 (2) มารวมคำนวณเป็นมูลค่าสินค้าตาม ข 1) หรือ 2) ด้วย

                ค. การประเมินจำนวนความเสียหายทั่วไปที่เกิดขึ้นจากการเสียสละทรัพย์สินให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (มาตรา 17)

                   1) การเสียสละส่วนหนึ่งส่วนใดของเรือ ให้ถือราคาค่าซ่อมแซมตามสมควรในกรณีที่ไม่มีการซ่อมแซมให้ถือเอาผลต่างระหว่างราคาของเรือในสภาพปกติกับสภาพที่เสียหายเมื่อมาถึงท่าปลายทางหรือถึงท่าที่การเดินทางต้องสิ้นสุดลงทั้งนี้ ไม่เกินประมาณการค่าซ่อมแซมตามสมควร

                   2)การเสียสละสินค้าบนเรือ ให้ถือเอาราคา ณ เวลาที่ขนถ่ายจากเรือโดยพิจารณาจากราคาสินค้าที่ถูกเสียสละตามที่ปรากฏในใบกำกับสินค้าที่ออกให้แก่ผู้รับสินค้าหากไม่มีใบกำกับสินค้าเช่นว่านั้น ให้ถือเอาราคาขณะที่บรรทุกลงเรือ ทั้งนี้ถ้ามีค่าใช้จ่ายในการประกันภัยและค่าระวางที่เจ้าของสินค้าหรือผู้มีส่วนได้เสียในสินค้าได้จ่ายไปให้นำมารวมคำนวณด้วย ในกรณีที่มีการขายสินค้านั้นก่อนเวลาขนถ่ายจากเรือและไม่มีการตกลงกำหนดจำนวนความเสียหายทั่วไปไว้เป็นอย่างอื่นให้นำเงินได้สุทธิจากการขายสินค้านั้นมาหักออกจากราคาดังกล่าว

                   3)การเสียสละทรัพย์สินอย่างอื่นนอกจากทรัพย์สินตาม 1) หรือ 2)ให้ถือราคาทรัพย์สินดังนี้

                   - ในกรณีที่ทรัพย์สินนั้นเสียหายโดยสิ้นเชิง ให้ถือราคาท้องตลาดของทรัพย์สินนั้น ณท่าปลายทางหรือท่าที่การเดินทางต้องสิ้นสุดลง

                   - ในกรณีที่ทรัพย์สินนั้นเสียหายบางส่วนให้ถือราคาค่าซ่อมแซมหรือผลต่างระหว่างราคาท้องตลาดของทรัพย์สินนั้นในสภาพปกติกับสภาพที่เสียหาย

                   4)การเสียสิทธิในค่าระวาง ค่าเช่า ค่าโดยสารหรือค่าตอบแทนอย่างอื่นที่จะได้รับตามสัญญาอันเนื่องมาจากการเสียสละทรัพย์สินให้ถือเอาจำนวนสุทธิของค่าระวาง ค่าเช่า ค่าโดยสารหรือค่าตอบแทนอย่างอื่นที่พึงจะได้รับหากไม่มีความเสียหายทั่วไปเกิดขึ้น

                ง. การประเมินจำนวนความเสียหายทั่วไปที่เป็นค่าใช้จ่ายเป็นกรณีพิเศษให้ถือจำนวนค่าใช้จ่ายตามสมควรและให้รวมถึงจำนวนเงินรางวัลการช่วยเหลือกู้ภัยทางทะเลไม่ว่าการช่วยเหลือกู้ภัยทางทะเลนั้นกระทำโดยมีสัญญาหรือไม่ก็ตามจำนวนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพื่อแทนที่ค่าใช้จ่ายเป็นกรณีพิเศษให้ถือเป็นจำนวนค่าใช้จ่ายที่สามารถนำมาเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปได้ ทั้งนี้จะต้องไม่เกินจำนวนที่จะพึงเป็นหากมีการใช้จ่ายเป็นกรณีพิเศษเกิดขึ้น(มาตรา 18)

                จ. ผู้ได้รับความเสียหายทั่วไปมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยในจำนวนความเสียหายทั่วไปนับแต่วันที่มีการเสียสละทรัพย์สินหรือได้ใช้จ่ายเป็นกรณีพิเศษแล้วแต่กรณี(มาตรา 19) อายุความในการใช้สิทธิเรียกร้อง (มาตรา 21) มีดังนี้

                   ก. ในกรณีที่เจ้าของเรือเป็นผู้ใช้สิทธิเรียกร้องให้มีกำหนด 1 ปีนับแต่วันที่แจ้งจำนวนส่วนเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปไปยังผู้ที่ต้องร่วมเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปแต่ไม่เกิน 5 ปีนับแต่วันที่ความเสียหายทั่วไปเกิดขึ้น

                   ข. ในกรณีที่ผู้ได้รับความเสียหายทั่วไปเป็นผู้ใช้สิทธิเรียกร้องให้มีกำหนด 1 ปีนับแต่วันที่แจ้งจำนวนส่วนเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปไปยังผู้ที่ต้องร่วมเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปแต่ไม่เกิน 7 ปีนับแต่วันที่ความเสียหายทั่วไปเกิดขึ้น

เขตอำนาจศาล

        คดีเกี่ยวกับการเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปตามพระราชบัญญัตินี้ให้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ(มาตรา 20)



1ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 121 ตอนพิเศษ 65 ก วันที่ 22 ตุลาคม 2547 หน้า 26

2การเฉลี่ยความเสียหายบางส่วน (General Average) เป็นระบบการที่ทำให้เกิดการยุติธรรม เมื่อมีการสูญเสียบางส่วนไปในภัยทางทะเลเพื่อความปลอดภัยของภัยที่เจอโดยส่วนรวม มีมานานตั้งแต่ 900-700 ปีก่อนคริสตกาล โดยนักเดินเรือค้าขายชาวโรเดียน (Rhodians) และมีหลักง่ายทีให้จดจำ คือ "ในการที่จะให้เรือเบาขึ้น และจะต้องโยนสินค้าทิ้ง ซึ่งจะต้องให้เจ้าของสินค้าทุกรายทั้งหมด ต้องเฉลี่ยใช้คืนกับของที่เสีย" การประกันภัยในส่วนของเจ้าของเรือ [สายตรง]. แหล่งที่มา : www.fleth.co.th/index.php/en/knowledge/404-404[20 กันยายน 2554].

ท่านคือผู้เข้าชมคนที่

สงวนลิขสิทธิ์ สถาบันการขนส่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ชั้น 6 อาคารประชาธิปก-รำไพพรรณี ถนนพญาไท ปทุมวัน กรุงเทพ ฯ 10330 Email : tri@chula.ac.th